blog

อัปเดต 50 ที่เที่ยวญี่ปุ่น 2026 เที่ยวเมืองไหนดี เที่ยวได้ทั้งปี

Writer
japan-attractions
YouTrip blog

อัปเดต 50 ที่เที่ยวญี่ปุ่น 2026 เที่ยวเมืองไหนดี เที่ยวได้ทั้งปี

Writer
japan-attractions

ญี่ปุ่นก็แค่ปากซอย! มาดู ที่เที่ยวญี่ปุ่น กันเถอะ ฮิตดีนักนะ! คราวนี้จัดมาให้ 50 ที่เที่ยวกันไปเลยจ้า อยากไปเมืองไหนมีที่เที่ยวสวย ๆ น่าไปมาแนะนำให้ครบทุกเมืองเลยล่ะ เผื่อว่าใครวางแผนอยากไปเที่ยวฤดูยอดนิยมอย่างช่วงฤดูใบไม้ผลิไปดูดอกไม้ดูซากุระเงี้ยมาเก็บข้อมูลไว้รอก่อนเดินทางได้เลย เดี๋ยวมาดูกันว่า YouTrip จะมีที่เที่ยวในญี่ปุ่นแต่ละเมืองที่ไหนมาแนะนำบ้าง บอกเลยสวยมากเวอร์

ที่เที่ยวญี่ปุ่น 2026 มีเมืองไหนน่าไปบ้าง ?

โตเกียว (Tokyo)

เปิดตัว ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่แรกกันที่โตเกียวเมืองหลวงกันก่อนเลย โตเกียวเป็นเมืองหลวงซึ่งเป็นหนึ่งจังหวัดในภูมิภาคคันโตและอยู่ทางตอนใต้ ภาพรวมของโตเกียวหลัก ๆ เลยคือเป็นเมืองที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังไว้เยอะเลยล่ะและการขนส่งทางรถไฟก็คือสะดวกแบบสุดครอบคลุมทุกพื้นที่ แถมยังเป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหารชื่อดังของญี่ปุ่นหลายร้านก็อยู่ในโตเกียวเหมือนกัน ที่เที่ยวก็มีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง สวนสนุก ธรรมชาติ วัมนะธรรม พระราชวัง วัด ศาลเจ้า แม่น้ำ ภูเขา เพียบมากกกก เดี๋ยวมาดูกันว่า YouTrip จะแนะนำที่ไหนในโตเกียวบ้าง

1. วัดเซนโซจิ หรือ วัดโคมแดง (Sensoji Temple)

tokyo-attractions

คุ้นตากันแน่นอนกับวัดโคมแดงเพราะถ้าพูดถึงญี่ปุ่นก็ต้องพูดวัดทรง ๆ นี้อ่ะเนาะ ที่นี่เป็นวัดทางพุทธขนาดใหญ่ที่สุดของโตเกียวในย่านอาซากุสะเลย (วัดมีอีกชื่อนึงว่าวัดอาซากุสะด้วยนะ) ภายในเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมซึ่งเป็นเทพของความเมตตาคนที่นิยมมาขอพรกันมากเลย โดยเฉพาะคนไทยแทบจะทุกคนต้องมาแวะที่นี่ไหว้พระขอพร แล้วก็เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตด้วย แถมข้างวัดจะมีถนนนากามิเสะซึ่งเป็นถนนยาวเข้าสู่ภายในวัดมีร้านค้าเยอะมากทั้งอาหารแล้วก็ของที่ระลึกแบบญี่ปุ่น ๆ ด้วย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 06:00 – 17:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Asakusa Station ได้เลย จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีเข้าสู่ตัววัด

2. โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)

japan-attractions

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เป็นแลนด์มาร์คตลอดกาล อยู่ใจกลางเมืองเรียกได้เป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวเลยก็ได้ เขาเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวได้แบบ 360 องศา เห็นโตเกียวแบบมุมกว้าง ๆ เห็นบอกว่าวันไหนฟ้าโปร่ง ๆ สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ด้วยแหละ จุดชมวิวจะมี 2 ระดับความสูงคือ 150 เมตรและ 250 เมตร ส่วนด้านบนสุดของโตเกียวทาวเวอร์จะเป็นหอส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ ใครเห็นภาพแล้วเอ๊ะใจว่านี่คือหอไอเฟลรึเปล่าก็ไม่ต้องแปลกใจไปนะ เพราะว่าเขาก็ได้แรงบัลดาลใจมาจากหอไอเฟลประเทศฝรั่งเศสนั่นแหละ ใครอยากลุ้นดูภูเขาไฟฟูจิจากโตเกียวก็แนะนำตอนกลางวัน ส่วนใครอยากให้แสงสีของโตเกียวมาตอนกลางคืนเลย สวยมาก!

ค่าเข้าชม : Main observatory ผู้ใหญ่ 1,200 JPY / เด็ก 500 JPY 
Top Deck observatory ผู้ใหญ่ 2,800 JPY / เด็ก 1,200 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 23:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟ Metropolitan Subway Oedo Line ลงสถานี Akabanebashi Station ออกประตู Akabanebashi เเล้วเดินต่ออีก 5 นาที

3. ย่านชิบูย่า (Shibuya)

tokyo-attractions

มาจ้าาาา ที่เที่ยวโตเกียว จะไม่มีชิบูย่าได้ไงอ่ะมาญี่ปุ่นทั้งทีอ่ะเนาะ ใครติดซีรี่ย์ญี่ปุ่น Alice in Borderland เหมือนกันก็คือจะอินเป็นพิเศษ 555 เพราะโลเคชั่นอยู่ที่ชิบูย่าเต็ม ๆ เลย ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือทางม้าลายใหญ่ห้าแยกชิบูย่าที่มีคนข้ามถนนตลอดทั้งวันจนกลายเป็นจุดแลนด์มาร์คสำคัญของชิบูย่า และที่จุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมมากอีกด้วย ต่อมาก็คือการเป็นแหล่งช้อปปิ้งด้านแฟชั่นแล้วก็มีศูนย์การค้าทันสมัยหลายที่ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านอาหาร บาร์ ไนท์คลับ เรียกได้ว่าชิบูย่าไม่เคยหลับไหลเลยจริง ๆ บางร้านเปิด 24 ชั่วโมงก็มีอยู่ได้ทั้งวันทั้งคืน ใครขาช้อปขาเที่ยวต้องไม่พลาดมาชิบูย่า

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shibuya ได้เลย มีรถไฟหลายสายที่ผ่านเช่น JR: Yamanote Line, Chuo Line, Saikyo Line, Shonan-Shinjuku Line 

4. ย่านฮาราจุกุ Harajuku

japan-attractions

ฮาราจุกุก็เป็นอีกย่านท่องเที่ยวยอดนิยมเช่นกัน มีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งวัฒนธรรมและธรรมชาติอยู่ในย่านนี้ใจกลางเมืองกันเลย จุดเที่ยวสำคัญ ๆ ในฮาราจุกุก็มีหลายที่มาก เช่น สถานีรถไฟ Harajuku Station เป็นสถานีสำหรับรถไฟสาย JR Yamanote Line สถานีสร้างจากอิฐและไม้สไตล์ญี่ปุ่น ถือเป็นสัญลักษณ์ของฮาราจุกุเลยล่ะ อีกทีคือศาลเจ้าเมจิ เป็นศาลเจ้าชินโตขนาดใหญ่กิจกรรมฮิตคือการเขียนข้อความลงบนแผ่นไม้ Ema เพื่อขอพร ข้างในมีสวนป่าด้วยนะ และแน่นอนที่พลาดไม่ได้คือแหล่งช้อปปิ้งอย่าง Takeshita Street ที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนแฟนชั่นญี่ปุ่นขนานแท้ เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าแฟชั่นและชุดคอสเพลย์

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี (ร้านค้าส่วนใหญ่จะเปิด 10:00 – 20:00 น.)
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงสถานี Harajuku ได้เลย

5. ตลาดปลาสึกิจิ (Tsukiji Fish Market)

japan-attractions

หนึ่งในตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีการซื้อขายสินค้าจากทะเลกว่า 2,000 ตัน/วัน ใช่แล้วทุกคนต่อวันเลยจ้า ใหญ่มาก ๆ ตลาดจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือด้านนอกเป็นร้านค้าปลีกและร้านอาหารนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ก็ทานอาหารกันโซนนี้แหละ ใครอยากทานปลาดิบสด ๆ แบบเพิ่งตกขึ้นจากทะเล ซูชิอร่อย ๆ ต้องไม่พลาด สดจริงจัง นอกจากอาหารทะเลแล้วยังมีผลไม้ญี่ปุ่นน่ากิน ๆ เยอะเลย ที่เห็นฮิตก็เป็นเมลอนหวานฉ่ำนี่แหละ หรือพวกผลไม้แบบเสียบไม้สตอเบอร์รี่ลูกโต ๆ อะไรแบบนี้ ร้านดังมีอยู่เพียบอย่างไข่ม้วนชื่อดังร้าน Yamacho แค่ยืนดูเขาทำก็สนุกแล้ว หรือจะร้าน Matcha Stand Maruni ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่โชว์การชงชาสด ๆ หน้าร้านเลย เรียกได้ว่าใครเป็นสายกินมาทีพุงแตกแน่นอน

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 03:00 – 14:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Oedo Subway Line ลงที่ Tsukiji Shijo Station จากนั้นเดินต่ออีก 3 นาที

6. สวนสนุก Tokyo Disneyland และสวนสนุกธีมทะเล Tokyo DisneySea

tokyo-attractions

ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าต้องมาดิสนีย์แลนด์อ่ะ เข้าได้ทุกเพศทุกวัยจริง ๆ แต่เขาจะมี 2 โซนเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังว่าต่างกันยังไง เริ่มที่ Tokyo Disneyland ก่อน โซนนี้จะให้ความเป็นดิสนีย์มากกว่า มีความปราสาทหลังใหญ่ได้ฟีลเจ้าหญิงได้กระโปรงยาวเดินหมุนตัวร้องเพลงไรงี้อ่ะ มีความเทพนิยายม๊ากกก แล้วก็จะมีเครื่องเล่นที่อยู่ในการ์ตูนดิสนีย์เช่น สโนว์ไวท์ผจญภัย ซินเดอเรลล่าส์แฟรี่เทลฮอลล์ เครื่องเล่นพร้อมตัวการ์ตูนแสนน่ารักที่คุ้นเคย และขบวนพาเหรดจากเหล่าตัวละครดิสนีย์ รองเล่นเต้นกันสุด

ส่วน Tokyo DisneySea เป็นส่วนสนุกธีมทะเลแห่งเดียวของโลก มีความแปลกใหม่กว่าเน้นการผจญภัยเต็ม ๆ ไฮไลท์เป็น ภูเขาไฟโพรมีธีอุส ส่วนเครื่องเล่นหลัก ๆ จะอิงจากหนังแนวแอคชั่นของดิสนีย์ เช่น นเดียนาโจนส์ แอดเวนเจอร์ : วิหารกะโหลกแก้ว เกาะธีมแนวอารยธรรมโบราณที่สาปสูญ อะไรแบบนี้ เหมาะกัยสายลุย ๆ ส่วนใครเป็นสาวน้อยเขาก็มีโลกของเงือกแอเรียล จากเงือกน้อยผจญภัยด้วยจ้า ใครเป็นสายไหนเลือกเลอ

ค่าเข้าชม : สำหรับ 1 วัน ผู้ใหญ่ ราคา 7,900 JPY / เด็ก 4,700 JPY (ทั้ง 2 โซน ราคาเท่ากันแต่ต้องซื้อตั๋วแยก)
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 21:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Yamanote Line ลงที่สถานี Maihama Station จากนั้นเดินต่อ 5 นาที

โอซาก้า (Osaka)

ต่อกันที่เมืองฮิตอีกเมืองอย่างโอซาก้าเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและสถานที่เที่ยวครบทุกแนวไม่แพ้โตเกียวเลยทั้งวัดญี่ปุ่น สถาปัตยกรรม สวนสนุกระดับโลก แหล่งช้อปปิ้ง แถมอาหารคือสุดยอด มีอาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ เพียบ ใครสายกินนี่บอกเลยห้ามพลาด สำหรับจังหวัดโอซาก้าจะอยู่ในภูมิภาคคันไซอยู่ตรงกลางของเกาะฮอนชูพอดี๊ดีแถมเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นด้วยนะ แต่ถึงจะเล็กแต่กลับมีประชากรอาศัยอยู่มากเป็นอันดับ 2 รองจากโตเกียวเลย ฉะนั้นคึกครื้นไม่เหงาแน่นอน

7. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

japan-attractions

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นอันดับหนึ่งของโอซาก้าที่ต้องมาแหละไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงอ่ะบอกเลย ปราสาทอลังการใหญ่โตถึง 8 ชั้น ล้อมด้วยกำแพงหิน คูน้ำ และมีสวนนิชิโนมารุด้วยรวม ๆ แล้วพื้นที่ใหญ่มากกก ที่นี่ได้รับความนิยมอยู่ตลอดนะแต่จะฮอตมาเป็นพิเศษช่วงฤดูใบไม้ผลิเพราะว่าสวนนิชิโนมารุเป็นสวนที่มมีต้นซากุระกว่า 600 ต้นจ้า เวลาซากุระบานพร้อมกันคืออื้อหื้อ เพิ่มความสวยงามให้ปราสาทไปอีก เอาเป็นว่าใครมาโอซาก้าอย่าลืมแวะมาชมความงามของปราสาทโอซาก้ากันนะ

ค่าเข้าชม : เดินรอบ ๆ ฟรี ด้านในปราสาทผู้ใหญ่ 600 JPY เด็กนักเรียนเข้าฟรีจนถึงช่วงมัธยมต้น
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 17:00 น.
การเดินทาง :  นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Morinomiya จะใกล้ที่สุด จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 20 นาที

8. สะพานแขวนโฮชิโนะบุรังโกะ (Hoshi no Buranko)

osaka-attractions

Photo by : livejapan.com


สะพานแขวนขนาดใหญ่ยาว 280 เมตร ไปเดินเล่นชมวิวธรรมชาติกัน ไม่ได้มีความหวาดเสียวใด ๆ นะเดินข้ามเพลิน ๆ ได้ พื้นปูด้วยไม้กระดานแข็งแรงแน่นอน ไฮไลท์ของที่นี่คือการได้ชมวิวแบบ 360 องศาจากบนสะพานแขวน ช่วงพีคคือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีพฤศจิกายนถึงช่วงต้นธันวาคม ระหว่างทางก่อนถึงสะพานมีจุดปีนผาและที่ปิคนิคด้วยนะ ใครหา ที่เที่ยวโอซาก้า แบบชิล ๆ เดินเล่นชมนกชมไม้มาได้เลย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 09:15 – 17:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟ Keihan สาย Katanosen มาลงที่สถานี Kisaichi แล้วเดินทะลุเส้นทางเดินป่าเข้ามาอีกประมาณ 40 นาที

9. ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)

kyoto-osaka-sakura-iternery

ย่านช้อปปิ้งที่ฮิตที่สุดในโอซาก้า แม้จะไม่ใช่แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่เหมือนที่อื่น ๆ แต่ก็คึกคักไปด้วยผู้คนและร้านค้าอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงค่ำคนจะเยอะเป็นพิเศษและเต็มไปด้วยแสงสีเสียงจากป้ายไฟโฆษณาต่าง ๆ ที่อยู่บนตึก ย่านโดทงโบริยังเป็นถนนที่อยู่เลียบคลองโดทมโบริอีกด้วยนะเห็นมีบริการล่องเรือชมวิวด้วยแหละ แต่ที่เป็นไฮไลท์ใครมาก็ต้องถ่ายรูปคือป้ายไฟกูลิโกะสุดดังนั้นเอง อยู่บริเวณสะพานเอบิซู และที่นี่ยังมีอาหารขึ้นชื่อของโอซาก้าให้ลองชิมเพียบเลยนะ ทั้งปูยักษ์ ราเม็งต้นตำรับสูตรเด็กของโอซาก้า

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ร้านค้าเปิดประมาณ 10:00 – 22:00 น.
การเดินทาง :  นั่งรถไฟได้หลายสายทั้ง Subway Midosuji ,Sennichimae  และYotsubashi Line ลงที่สถานี Namba แล้วเดินอีกประมาณ 10 นาที

10. ย่านชินเซไก (Shinsekai)

japan-attractions



ที่เที่ยวญี่ปุ่น สำหรับสายเที่ยวกลางคืน ร้านกินดื่มยามดึกเพียบเลย ชี้พิกัดให้นิดนึงว่าจะมีถนนเล็ก ๆ แคบ ๆ ชื่อว่า จันจัน โยโกะโช เป็นแหล่งรวมร้านกินดื่มที่คนญี่ปุ่ชอบมาก คึกคักสุด ๆ ด้วยเพราะเขาจะเปิดไฟร้านเรียกแขกแข่งกันแบบสุด มีร้านอาหารร้านขนมร้านกับแกล้มแบบโอซาก้าให้ลองร้านหลายเลย ใครสายดื่มลองแกล้ง ๆ เดินไปดูนะ อาจจะได้กลับเช้าเลย ฮ่า ๆ หรือใครไม่ใช่สายดื่มแนะนำให้มาลองร้านอาหารท้องถิ่นได้ เขาได้ทุกร้านเลยอร่อยหมด แต่ทีเด็กคือพวกของทอดเสียบไม้ มีทั้งเนื้อไก่ วัว ฟักทอง หน่อไม้ กล้วย ไอศครีม ฯลฯ

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ร้านค้าเริ่มเปิดประมาณ 11:00 – 23:00 น. หรือบางร้านก็เปิดตลอด 24 ชม.
การเดินทาง :  สามารนั่ง Subway สาย Midosuji หรือ Tanimachi ก็ได้มาลงที่สถานี Dobutsuen-mae แล้วเดินต่อ 5 นาที

11. ตลาดคุโรมง (Kuromon Ichiba Market)

kyoto-osaka-sakura-iternery

Photo by : japanhaulofficial


ตลาดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโอซาก้าที่ได้ฉายาว่าเป็นครัวของโอซาก้าเลยทีเดียวนะ มีร้านค้ามากมายกว่า 160 ร้าน ทั้งของสดและร้านปรุงพร้อมทาน อาหารว่าง ของกินเล่น ของพื้นเมือง ตลาดเป็นทางเดินเล็ก ๆ ประมาณ 600 เมตร ที่นี่เน้นขายอาหารทะเลมีทั้งแบบสด ใครอยากกินซาชิมิสด ๆ ซูชิปั้นใหม่ ๆ เมนูหอยนางรมตัวใหญ่ ๆ แนะนำให้มาแต่เช้าเลย  ส่วนใครไม่กินดิบก็มีเมนูปรุงสุกอย่างปลาไหลย่าง หมึกย่าง กุ้งเทมปุระ อะไรแบบนี้แต่อร่อยแน่นอนเพราะของสดมาก นอกจากนี้ก็ยังมีพวกผลไม้ตามฤดูกาลอย่างแอปเปิ้ล สตอเบอร์รี่ กีวี่ เมล่อน ราคาถูกและสดมาก ๆ

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 09:30 – 18:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Sakaisuji Line ลงที่สถานี Nippombashi ใช้ทางออก 10

12. สวนสนุก Universal Studios Japan

japan-attractions

สวนสนุกในฝันของใครหลายคนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ฮิตติดอันดับโลกไปแล้วกับ Universal Studios Osaka เพราะว่ามีสวนสนุกและตัวละครจากหนังเรื่องดังอย่าง Harry Potter อย่าง he Wizarding World of Harry Potter แต่ทำใจหน่อยนะสำหรับแฟน ๆ เพราะคนเยอะอยู่ตลอดเลย ไปแล้วอาจจะต้องรอคิวกันนานหน่อย แต่คุ้มค่าแน่นอนเพราะเหมือนได้เข้าไปในโลกเวทมนต์จริง ๆ ทั้งป่าทั้งห้าม สถานีรถไฟคิงส์ครอส ชานชลา 9 ¾ หมู่บ้านฮอกส์มี้ด บลา ๆ อย่าลืมซื้อผ้าคลุมและไม้กายสิทธ์ใส่ระหว่างเที่ยวเดียวนะ ได้ฟีลมาก นอกจากนี้ก็ยังโซนจากหนังดังเรื่องอื่นเพียบเช่น Minion, Spiderman และที่เที่ยวญี่ปุ่นเปิดใหม่โซนใหม่อย่าง Super Nintendo World เป็นต้น

ค่าเข้าชม : บัตรแบบ 1 วัน ผู้ใหญ่ 8,400 JPY / เด็ก 5,400 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 08:30 – 21:00 น.
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Osaka Loop Line มาที่สถานี Nishikujo จากนั้นเปลี่ยนสายไปขึ้น JR Yumesaki Line มาลงที่สถานี Universal City ได้เลย

เกียวโต (Kyoto)

มาต่อกันกับ ที่เที่ยวญี่ปุ่น กับเมืองเก่าอย่างเกียวโต ใครชอบเที่ยวแบบชมศิลปะซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่นแนะนำให้มาเกียวโตเลยจุใจแน่นอน ด้วยความที่เกียวโตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นและเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นมากกว่า 1,000 ปี เมืองนี้เลยมีวัฒนธรรมและศิลปะญี่ปุ่นเก่าแก่ที่ยังคงอยู่ให้ดูเพียบเลยล่ะ เกียวโตอยู่ในภูมิภาคคิงกิ เป็นเมืองใหญ่ล้อมรอบด้วยภูเขาเป็นส่วนใหญ่

13. วัดทองคินคะคุจิ (Kinkaku-ji)

kyoto-attractions

หนึ่งในสถานที่ไฮไลท์ของที่เที่ยวเกียวโต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยนะเมื่อปี ค.ศ. 1994 สวยงามตามชื่อวัดทองเลยจริง ๆ ตัวปราสาทของวัดเป็นสีทองแบบทองอร่ามตั้งอยู่กลางน้ำ มองมาเป็นเหมือนปติมากรรมชั้นยอดเลยจริง ๆ ใครมาเกียวโตนี่ห้ามพลาด นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ วัดยังมีสวนสไตล์ญี่ปุ่นอยู่รอบเลย ชมความสวยงามของตัววัดแล้วก็เดินเล่นรอบวัดสูดความสดชื่นก็ต้นไม้น้อยใหญ่ได้เลย ร่มรื่นมาก ๆ

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 400 JPY / เด็ก 300 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 17:00 น.
การเดินทาง :  สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดจะเป็น Kitanohakubaicho Station จากนั้นต่อรถหมายเลข 204, 205 ลงป้าย Kinkakujimichi แล้วเดินเข้าวัด

14. ศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ หรือศาลเจ้าแดง (Fushimi Inari Shrine)

kyoto-osaka-sakura-iternery

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่คุ้นตามาก ๆ อีกหนึ่งที่ ที่คือศาลเจ้าจิ้งจอกเป็นศาลเจ้าชินโต ไฮไลท์คือประตูโทริอิหรือเสาสีแดงที่เรียงตัวกันเป็นแนวยาวเหมือนประตูอยู่หลังศาลเจ้าหลายหมื่นต้นจนสามารถกลายเป็นทางเดินได้ทั้งภูเขาอินาริกันเลยทีเดียว ซึ่งภูเขาอินาริก็เป็นภูเขาที่คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ด้วย โดยเชื่อว่าเทพอินาริเป็นตัวแทนเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์เรื่องข้าว พืชไร่อะไรแบบนี้ แล้วก็มีจิ้งจอกเป็นสัตว์คู่กายนอกจากจะชื่อศาลเจ้าจิ้งจอกแล้วในวัดก็ยังมีรูปปั้นจิ้งจอกอยู่เยอะเลยด้วย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง :  นั่งรถไฟสาย JR Nara ลงสถานี JR Inari วัดจะอยู่หน้าสถานีเลย

15. วัดน้ำใส (Kiyomizu-dera Temple)

this-year-travel-plan

วัดเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่ปีค.ศ. 780 เป็นอีกวัดที่ดังที่สุดในญี่ปุ่นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วด้วยเรียบร้อย ซึ่งชื่อวัดน้ำใสนี่ก็มาจากที่วัดมีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไหลผ่านั่นเอง มาจากน้ำตกโอโตวะ และอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยคืออาคารไม้ขนาดใหญ่ที่การสร้างทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่มีตะปูสักชิ้นเลยจ้า! นับเป็นความเก่งกาจด้านภูมิปัญญาของคนญี่ปุ่นสมัยก่อนจริง ๆ เลยอ่ะเนอะ นอกจากอาคารใหญ่ซึ่งเป็นอาคารหลักแล้วในวัดก็ยังมีอาคารอื่น ๆ อีก 9 อาคารเลยนะ ใครชอบงานสถาปัตยกรรมเจ๋ง ๆ โบราณ ๆ แบบนี้จัดด่วน

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 JPY / เด็ก 200 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 06:00 – 18:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟ Keihan Railway Line ลงที่สถานี Kiyomizu-Gojo แล้วเดินต่อ 20 นาทีเข้าวัด

16. สวนป่าไผ่ (Arashiyama Bamboo Forest)

kyoto-attractions

ไปเดินเล่นชิว ๆ แบบเย็น ๆ ที่สวนป่าไผ่ชื่อดังของเกียวโตกัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นแนวธรรมชาติที่เหมาะกับเดินเล่นมากเวอร์ (มาเดทก็ดีนะ) ที่นี่จะมีเส้นทางเดินเล็ก ๆ บรรยากาศแบบป่า ๆ ล้อมไปด้วยต้นไผ่สูงที่สูงแบบสุดลูกหูลูกตา ไม่ต้องกลัวร้อนเลยเพราะแดดได้ดีเวอร์ เดินไปลมพัดมาทีได้กลิ่นหอมไม้ไผ่อ่อน ๆ ธรรมชาติสุด ๆ นอกจากนี้เขาก็มีร้านขายของที่ทำจากไม้ไผ่จำหน่ายด้วยนะ พวกแบบตะกร้าสานไม้ไผ่ ถ้วยไม้ไผ่ กล่องใส่ข้าว อะไรแบบนี้ ซื้อเป็นของฝากติดมือกลับไปนะก็น่ารักดีนะ

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง :  นั่งรถไฟสาย JR Sagano ลงที่ Saga Arashiyama Station แล้วเดินต่อ 10 นาที

17. ย่านฮิกาชิยาม่า (Higashiyama)

kyoto-attractions

มาเที่ยวแต่ละเมืองก็ต้องไม่พลาดจะไปแหล่งการค้าของเมืองนั้น ๆ แหละเนอะ สำหรับเกียวโตก็ต้องที่ย่านฮิกาชิยาม่าเลย ร้านค้าเยอะมาก มีทุกแนวตั้งแต่ร้านอาหาร ของกินเล่น เสื้อผ้า สินค้าพื้นเมือง ของฝาก ร้านกาแฟ แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่ดึงดูดผู้คนก็คือเสน่ห์ของร้านค้าที่ยังคงเป็นอาคารบ้านแบบเก่าแก่ บ้านไม้โบราณเลยล่ะ มองมาแล้วให้ความรู้สึกเหมือนย้อนยุคกลับไปญี่ปุ่นสมัยก่อนเลย แถมแต่ละร้านก็แต่งร้านได้มีเอกลักษณ์สมเป็นเมืองมรดกโลกจริง ๆ มีร้านเครื่องถ้วยชามแบบ คิโยะมิสุ-ยากิ ซึ่งเป็นถ้วยชามเซรามิกเพนท์ลายญี่ปุ่นแบบเก่าจำหน่ายด้วยนะ ถือเป็นของฝากชั้นดีที่ควรซื้อกลับไปเลย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 18:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Hankyu Line มาลงที่สถานี Kawaramachi แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที

18. ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine)

kyoto-attractions

ที่เที่ยวญี่ปุ่น เหมาะกับคนโสด ฮ่า ๆ ศาลเจ้าเล็ก ๆ บนเขาทางตอนเหนือของเกียวโตเป็นศาลเจ้าชินโตเก่าแก่อายุกว่า 1,300 ปี ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรเกี่ยวกับความรัก คนโสดมาที่นี่ก็ขอให้ได้ให้โดนนะ ฮ่า ๆ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ศาลเจ้าเขาจะมีการจัดงานด้วยชื่อว่า Kibune Momiji-tourou มีการประดับไปตอนกลางคืนตามถนนและช่วงเมืองร่วมไปถึงในศาลเจ้าด้วย ใครอยากมาดูไฟจดไว้ได้เลย กิจกรรมยอดฮิตของการมาเยี่ยมชมศาลเจ้านอกจากขอพรเรื่องความรักแล้วยังมีเซียมซีลอยน้ำ หรือ Omikuji มันคือกระดาษเซียมซีเปล่า ๆ ที่ไม่มีตัวหนังสืออะไรเลย ต้องเอาไปลอยน้ำเพื่อให้ตัวหนังสือปรากฏออกมา เป็นไง เริ่ดนะ แถมไม่ต้องกลัวอ่านไม่ออกเพราะมี QR Code แปลภาษาอังกฤษไว้ให้ด้วย ส่วนจุดถ่ายรูปฮิตก็คือบันไดหินทางขึ้นที่มีเสาโคมไฟสีแดงเรียงแถวยาวนั่นเอง ใครแวะมาห้ามพลาดถ่ายรูปที่จุดนี้เลย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 06:00 – 20:00 น.
การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station ขึ้นรถไฟ Eizen Electric Railway สาย Kurama Line มาลงสถานี Kibune-Guchi Station และขึ้นรถบัสมาลงที่ Kibune

ฮอกไกโด (Hokkaido)

พูดถึงฮอกไกโดนี่อดคิดถึงเรื่องอาหารไม่ได้เนอะ เพราะฮอกไกโดเป็นเกาะขนาดใหญ่อยู่ทางเหนือสุดของญี่ปุ่นเลย อากาศเย็นสบาย ๆ ทั้งปี แต่นอกจากเรื่องของอาหารแล้วฮอกไกโดยังเป็นมีเที่ยวเยอะไม่แพ้เมืองอื่นเลยนะ และด้วยความที่เป็นเกาะแบบนี้บอกเลยธรรมชาติสวยงามสุด ฤดูหนาวจะเป็นฤดูที่มีนักท่องเที่ยวไปเยอะมากที่สุดของปีเลย เขาว่ากันว่าเวลาหิมะตกที่ฮอกไกโดเนี้ยเหมือนเมืองในเทพนิยายเลยแหละ เดี๋ยวมาดูกันว่าฮอกไกโดจะมีสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นอะไรน่าไปเยือนบ้าง

19. ริมคลองโอตารุ (Otaru Canal)

hokkaido-attractions

แลนด์มาร์คสำคัญของเมืองโอตารุอยู่ใจกลางเมืองเลยแหละหาง่ายสุด ๆ แต่ก่อนตรงนี้เป็นท่าเรือคึกคักมากมีการค้าขายสินค้าอยู่ตลอดในช่วงศตวรรษ 20 รอบ ๆ ก็เป็นโกดังสินค้า เวลาผ่านไปช่วงยุค 80 ก็มีการพัฒนาบูรณะให้สวยงามมากขึ้นจนเป็นที่ท่องเที่ยวได้ โกดังเดิมมีการปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ ทำร้านค้าร้านอาหาร ปัจจุบันนี้ก็กลายเป็นที่เดินเล่นยามเย็นของชาวเมือง บางสัปดาห์จะมีศิลปินมาโชว์ผลงานศิลปะด้วย แต่ไฮไลท์อยู่ช่วงกลางคืนตอนท้องฟ้ามืดค่ำแล้วต่างหาก เขาจะมีการจุดโคมไฟก๊าซซึ่งเป็นโคมไฟแบบโบราณด้วยนะ ทำให้ริมคลองโอตารุโรแมนติกสุด ๆ ไปเลย หน้าหนาวนี่ก็จะดเป็นเทศกาลจริงจังเลยชื่องาน Otaru Snow Light Path Festival ลองมากันได้จ้า

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด :
ไม่มี
การเดินทาง :  
นั่งรถไฟลงที่สถานี Otaru ได้เลยแล้วเดินต่ออีก 10 นาที

20. บ่อน้ำสีฟ้าแห่งเมืองบิเอะ (Shirogane Blue Pond)

japan-attractions

บ่อน้ำสีฟ้าแห่งนี้เกิดจากการสร้างเขื่อนป้องกันภัยจากภูเขาไฟที่ระเบิดครั้งใหญ่เลยเมื่อปี 1988 ก็เลยมีการขุดบ่อและทำเขื่อนกั้นไว้ ซึ่งสีฟ้าที่เราเห็นนี่เกิดจากธาตุคอลลอยด์และธาตุอะลุมิเนี่ยมผสมกันทำให้แสงตกกระทบของเหลวเหล่านี้จนเกิดเป็นสีฟ้าอย่างที่เราเห็นกันนี่แหละ ยิ่งวันไหนแดดแรง ๆ แสงกระทบลงมาก็จะยิ่งฟ้ากว่าเดิมด้วยนะ การชมบ่อน้ำสีฟ้าก็มีทางเดินให้แวะถ่ายรูปได้และจะกั้นด้วยรั้วไม้ ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ เอามือจุ่มใด ๆ ทั้งสิ้นนะ ฉะนั้นห้ามซน ส่วนใครมาหน้าหนาวจะไม่ได้เห็นน้ำสีฟ้านะเพราะน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งแต่ก็มีการประดับไฟที่ต้นไม้กลางนำ้ก็สวยไปอีกแบบเหมือนกัน

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 07:00 – 19:00 น. (หน้าหนาวเปิดถึง 21:30 น.)
การเดินทาง :  นั่งรถไฟไปลงที่สถานี Asahikawa จากนั้นต่อรถบัส Dohoku Bus ลงที่ป้าย Shirogane blue pond ได้เลย

21. ทะเสาบโทยะ (Lake Toya)

japan-attractions

อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซัปโปโรล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ มีภูเขาไฟ Usu ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับด้วยนะ แถมบริเวณตรงกลางของทะเสสาบยังมีเกาะชื่อว่า Nakajima สามารถไปเที่ยวได้ด้วย ส่วนบริเวณรอบ ๆ ทะเลสาบก็สามารถทำกิจกรรมได้เยอะนะ อย่างเดินชมวิว ปั่นจักรยาน ล่องเรือชมทะเลสาบ แช่ออนเซ็น เดินป่า ส่วนใครที่มาเดือนเมษายนถึงตุลาคมเขาจะมีจุดดอกไม้ไฟชื่อว่า Lake Toyako Long Run Fireworks สวยมากกก ใครอยากดูใกล้ ๆ ก็มีเรือให้บริการตอนกลางคืนด้วย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง :  นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Toya Station จากนั้นต่อรถบัสไปลงที่ป้ายทายาโกะออนเซ็นได้เลย

22. หุบเขานรกจิโงคุดานิ (Jigokudani Noboribetsu)

hokkaido-attractions

เห็นชื่อแล้วอย่าเพิ่งกลัวนะ ใจเย็นก่อน ที่นี่เขาได้ฉายาว่าเป็น Hell Valley ที่จริงเรียกว่าเป็นหุบเขาที่สวยใช้ได้เลยนะ แถมใครชอบเดินเขาเดินป่าก็น่าจะชอบแหละเพราะมีเส้นทางตามหุบเขาให้เดินไต่เนินขึ้นไปด้วยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ใครอยากเดินขึ้นพกรองเท้าผ้าใบมาด้วยนะ ที่สำคัญที่นี่มีบ่อน้ำร้อนในลำธารด้วยมีแร่กำมะถันอย่างดีเลยล่ะ อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส กำลังน่าแช่น้ำเลยเนอะ ซึ่งบ่อน้ำร้อนเนี้ยมีให้เห็นได้ตลอดทางเลยนะสามารถเอาเท้าแช่ได้ ช่วงพีคอยู่ที่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมาชมใบไม้เปลี่ยนเป็นสีส้มกันได้นะ

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
ารเดินทาง :  ขึ้น JR ไปยังสถานี Noboribetsu จากนั้นให้ต่อรถบัส Donan bus ไปลงที่ป้าย Noboribetsu Onsen

23. โจซังเคออนเซ็น (Jozankei Onsen)

japan-attractions

ไปออนเซ็นกันหน่อยดีกว่าที่นี่ถือว่าเป็น ที่เที่ยวญี่ปุ่น และเป็นการไปออนเซ็นแบบสะดวกมากเลยนะเพราะว่าอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโกะซุ โทยะ ในซัปโปโรเดินทางแค่ชั่วโมงเดียวถึงเลย โจซังเคเป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีโรงแรมเยอะเลยที่สามารถมาแช่ออนเซ็นได้โดยไม่ต้องค้างคืน แถมที่นี่ยังมีต้นน้ำที่เป็นน้ำธรรมชาติจริง ๆ อยู่เหนือขึ้นไปด้วยนะ ทำให้เมืองนี้ค่อนข้างอุดมสมบุรณ์เลยล่ะ เอาเป็นว่าวันไหนอยากพักผ่อนแบบสบาย ๆ ก็มาแช่ออนเซ็นอุ่น ๆ สักหน่อยให้คลายเมื่อยได้เหมือนกัน

ค่าเข้าชม : รอบ ๆ หมู่บ้านเข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : นั่งรถบัสที่ Sapporo Station Bus Terminal ให้ขึ้นรถ Jotetsu Bus เบอร์7,8 ไปลงที่ Jozankei Onsen ได้เลย

24. หอคอยโกเรียวคาคุ (Goryokaku Tower)

hokkaido-attractions

หนึ่งในจุดท่องเที่ยวไฮไลท์ของเมืองฮาโกดาเตะ จุดชมวิวที่สวยมากอีกทีหนึ่งของเมืองฮาโกดาเตะเลยก็ว่าได้ แนะนำให้มาช่วงซากุระบานที่นี่มีต้นซากุระเยอะเลยมองมาจากข้างบนสวยมาก ๆ ดอกไม้บ้านสะพรั่งกับท้องฟ้าแจ่มใสมันจับใจสุด ๆ และที่พลาดไม่ได้อีกอย่างเมื่อมาที่นี่ก็คือป้อมโงเรียวกาคุ หรืออีกชื่อคือป้อมดาว 5 แฉก เป็นพื้นที่ในการวางปีนใหญ่ตั้งแต่สงครามสมัยยุคเอโดะ ซึ่งต้องมองลงมาจากมุมสูงนะถึงจะเห็นเป็นดาว 5 แฉก ต่อมาก็ถูกดัดแปลงให้เป็นสวนสาธารณะมีการปลูกซากุระกว่าร้อยต้นเลยทีเดียว ที่นี่เลยเป็นอีกที่ที่ป๊อปมากช่วงซากุระบานนั่นเอง

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 900 JPY / เด็ก 450 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 -18:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Hakodate จากนั้นต่อรถรางสาย 2 หรือ 5 ไปลงที่ Goryokaku Koen Mae แล้วเดินต่ออีก 10 นาที

ยามานาชิ (Yamanashi)

มาต่อ ที่เที่ยวญี่ปุ่น กันที่จังหวัดยามานาชิ จังหวัดที่มีภูเขาไฟฟูจินั่นเอง พูดงี้ต้องร้องอ้อแน่นอนแม้ว่าชื่อจังหวัดจะไม่คุ้นหูเนอะ ที่นี่อากาศดี มีทะเลสาบ น้ำใส ไวน์เริ่ด และด้วยความที่อยู่ห่างจากโตเกียวแค่ 2 ชั่วโมงดังนั้นจังหวัดยามานาชิควรค่าที่จะเก็บเข้าเป็นลิสต์หนึ่งในที่เที่ยวญี่ปุ่นในทริปนี้เลยล่ะ ยามานาชิอยู่ในภูมิภาคชูบุ พื้นที่ส่วนเป็นภูเขาสูง ต้นไม้เยอะมากเป็นอีกหนึ่งจังหวัดไฮไลท์ช่วงฤดูใบไม้ร่วงเลย

25. ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji)

japan-attractions

ที่เที่ยวญี่ปุ่นยอดฮิตของดีประจำยามานาชิภูเขาไฟฟูจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกปี 2013 มีความสวยงามและสำคัญต่อธรรมชาติมาก ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 3,776 เมตร และแน่นอนว่ากิจกรรมยอดฮิตนอกจากมาถ่ายรูปแล้วก็คือปีนภูเขาไฟฟูจิ! ใครสายเทรลต้องมาลองนะบอกเลย โดยเขาจะเปิดให้ขึ้นไปได้เฉพาะช่วงเดือนกรกฏาคมถึงต้นเดือนกันยายนของทุกปีเท่านั้น ซึ่งคนส่วนมากจะนิยมปีนกันที่ Fuji Subaru Line 5 ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงไปถึงยอดเขา ส่วนใครไม่ใช่สายเทรลก็ไปถ่ายรูปสวย ๆ เป็นที่ระลึกได้จ้า

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี (ปีนเขาได้เฉพาะช่วงเดือนกรกฏาคมถึงต้นเดือนกันยายน)
การเดินทาง :  นั่งรถไฟ JR ไปลงที่สถานี Kawaguchiko จากนั้นต่อรถบัสไปที่ Fuji Subaru Line 5th Station ถ้าขึ้นเขาได้เลย

26. เจดีย์ชูเรโตะ (Chureito Pagoda)

japan-attractions

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นในตำนานที่จะต้องเห็นภาพอยู่ในโปสเตอร์ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น หรือในหนังสือเรียนก็มี ที่นี่คือเจดีย์ชูเรโตะ เจดีย์ 5 ชั้นที่อยู่บนเนินเขาอยู่ในศาลเจ้าอาราคุระเซนเกน ไฮไลท์ของที่นี่คือจุดชมวิวที่สวยที่สุดสวยแบบตะโกนนั่นก็คือวิวของภูเขาไฟฟูจิที่จะมีเจดีย์ชูเรโตะอยู่ข้าง ๆ นั่นเอง โดยจะต้องขึ้นบันไดกว่า 400 ขั้นนะจ๊ะกว่าจะได้เห็นวิวนี้  แต่หายเหนื่อนแน่นอนเพราะได้วิวสวย ๆ เป็นอาหารตาอาหารใจสุดคุ้มค่า ช่วงที่สวยที่สุดคือช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินและฤดูใบไม้ผลิ

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 16:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Chuo Line ไปลงที่สถานี Otsuki จากนั้นเปลี่ยนสายรถไฟเป็น Fujikyu Railway แล้วลงที่สถานี Shimo-Yoshida เดินต่ออีกประมาณ 20 นาทีถึงจุดชมวิว

27. ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko)

japan-attractions

ที่นี่เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟฟูจิจากลาวาที่กระจายตัวออกมาปิดกั้นพื้นเดิมเก่าแต่เดิมเคยเป็นแม่น้ำจนกลายมาเป็นทะเลสาบที่เที่ยวแสนสวยทุกวันนี้ วิวไฮไลท์เลยคือทะเลสาบคาวากุจิโกะที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นแบล็คกราว หรือใครอยากชมวิวจากมุมสูงก็มีกระเช้าขึ้นภูเขาเทนโจ Kawaguchiko Mt. Fuji Panorama Ropeway  มีจุดชมวิวแบบ 360 องศา ด้านบนมีตัวการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดัง Kachi Kachi Yama ด้วย แนะนำให้มาช่วงซากุระบานหรือฤดูใบไม้ร่วงนะ จะได้เห็นวิวแบบในภาพนี้เลย

ค่าเข้าชม : ไม่มี (กระเช้าคนละ 900 JPY (ไป-กลับ))
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 -16:00 น.
การเดินทาง :  นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Kawaguchiko จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

28. ทะเลสาบยามานากะโกะ (Lake Yamanakako)

japan-attractions

อีกหนึ่งทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟฟูจิเช่นกัน ที่นี่คือทะเลสาบยามานากะโกะซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิเลยล่ะ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เป็นไฮไลท์และถูกพัฒนาให้มีเรียวกัง โรงแรม ออนเซ็นมากมายเลย ที่โดดเด่นเลยคือเรือนำเที่ยวรูปหงส์ขาว น่ารักน่าขึ้นมาก ๆ ที่เป็นหงส์ขาวเพราะว่าทะเลสาบนี้มีหงส์อยู่เยอะนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์อีกอย่างคือ Diamond Fuji เป็นปรากฏการที่พระอาทิตย์จะขึ้นตั้งตรงกับภูเขาไฟฟูจิพอดีแบบตรงกลางเลยสามารถชมปรากฏการณ์นี้ได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคมและต้นเดือนกุมภาพันธ์

ค่าเข้าชม : เฉพาะจุดชมวิวเข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด : จุดชมวิวเปิดตลอดเวลา
การเดินทาง :  นั่งรถไฟ JRลงสถานี Kawaguchiko จากนั้นนั่งรถบัสไปลงที่ Yamanakako Ashigaoka จะเป็นจุดที่ใกล้จุดชมวิวมากที่สุด

29. หมู่บ้านน้ำใส โอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai)

japan-attractions

มาเดินเที่ยวเดินกินในหมู่บ้านใกล้ ๆ ภูเขาไฟฟูจิบ้างดีกว่า ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ น่ารักมาก เหมือนหมู่บ้านในการ์ตูนเลย เดิมที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของทะสาบรอบ ๆ ภูเขาไฟฟูจิเนี้ยแหละแต่หลายปีผ่านไปน้ำก็แห้งหายไปโดยธรรมชาติ ตอนนี้ก็เลยจะเหลือบ่อน้ำอยู่ 8 แห่งแล้วน้ำก็ใสมาก ใสสมชื่อหมู่บ้านเลยล่ะ น้ำสามารถดื่มได้ด้วยเป็นน้ำที่ละลายมาจากหิมะบนภูเขามีแร่ธาตุด้วย แถมคนญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วย ใครดื่มแล้วจะอายุยืนยาวอะไรแบบนี้ ไฮไลท์อีกอย่างก็คือบ้านไม้ทรงโบราณที่มีฟูจิซังอยู่ด้านหลังนี่แหละส่วนมาก เหมือนอยู่ในยุโรปเลย แล้วก็ยังมีจัดแสดงของโบราณต่าง ๆ ด้วยนะ เช่น อุปกรณ์การเกษตร ชุดเกราะ ดาบซามูไร ฯลฯ

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 17:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR ลงที่สถานี Kawaguchiko จากนั้นต่อรถบัสสายไหนก็ได้ที่วิ่งไปทางทะเลสาบยามานากะโกะ

30. สวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ (Fuji-Q Highland)

japan-attractions

ที่เที่ยวญี่ปุ่น สำหรับคนชอบความท้าทาย และแล้วก็ถึงเวลาของคนชอบความหวาดเสียว มาดูวิวภูเขาไฟฟูจิแบบใหม่ ๆ กันบ้างดีกว่าที่สวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบคาวากุจิโกะโด่งดังสุด ๆ เรื่องเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวที่สามารถชมวิวฟูจิซังได้ด้วย ซึ่งเครื่องเล่นดับหนึ่งเลยคือ FUJIYAMA The King of Coaster รถไฟเหาะที่ขนาดเครื่องเล่นสูงพอ ๆ กับภูเขาเลยเวอร์วังมาก อันนี้คือห้ามพลาดนะตัวจริงต้องเล่นให้ได้ ฮ่า ๆ ในขณะที่รถไฟเหาะเคลื่อนตัวขึ้น จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิในมุมกว้างแต่เพียบอึดใจเดี๋ยวนางจะปล่อยเราดิ้งลงมาเทียบเท่ากับอาคารสูง 20 ชั้นด้วยความเร็ว 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เขาจะมีกล้องติดอยู่บนเครื่องเล่นขณะเล่นด้วยนะ ซื้อภาพความประทับใจกลับไปได้ด้วย

ค่าเข้าชม : ค่าเข้าฟรี จ่ายเฉพาะเครื่องเล่นที่จะเล่นได้เลยมีราคาตั้งแต่ 800 – 1,500 JPY
เวลาเปิด-ปิด : แต่ละเดือนจะมีเปิดปิดไม่เหมือนกัน เช็คเวลาได้ https://www.fujiq.jp/en/schedule/
การเดินทาง : สามารถนั่งรถไฟ Limited Express Fuji Excursion ตรงจากชินจุกุถึงฟูจิคิวไฮแลนด์ได้เลย

ฟุกุโอกะ (Fukuoka)

คุ้นหูกันดีเนอะกับจังหวัดฟุกุโอกะเมืองใหญ่สุดบนเกาะคิวชูแล้วก็เป็นชื่อของสนามบินด้วย ส่วนใหญ่สถานที่เที่ยวในฟุกุโอกะจะเป็นสถานที่พักผ่อนแบบชิล ๆ มีที่ช้อปปิ้งที่กินเพียบเลยใครมองหาที่เที่ยวแบบต้องการความผ่อนคลายจริง ๆ จังหวัดฟุกุโอกะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว ฟุกุโอกะเป็นจังหวัดหลักของเกาะคิวชูมีพื้นที่ติดกับทะเลด้านเหนือ

31. ศาลเจ้ามิยาจิดาเกะ (Miyajidake Shrine)

osaka-attractions

Photo by : japanko_official


แนะนำสถานที่เที่ยวญี่ปุ่นกับจุดชมพระอาทิตย์ตกสุดฮิตที่นักท่องเที่ยวนิยมมากันมาก ๆ ที่นี่เป็นศาลเจ้าของศาสนาชินโต เอกลักษณ์ของที่นี่คือเชือกชิเมะนะวะอันขนาดใหญ่ซึ่งจะอยู่บริเวณศาลหลัก ส่วนไฮไลท์จุดชมพระอาทิตย์ตกจะอยู่ที่ทางเดินหินที่เหมือนเดินขึ้นมาสุดแล้วหันหลังกลับไปจะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินเป็นทางยาวทอดตกลงไปในทะเล เป็น ที่เที่ยวฟุกุโอกะ สวยงามที่แสนจะประทับใจเลยจริง ๆ

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 07:00 – 19:00 น.
การเดินทาง :  นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี Fukuma แล้วต่อรถบัส Nishitetsu สาย 5 มาลงที่ป้าย Miyajidake Miya Mae

32. ศาลเจ้าดาไซฟุเทนมังกุ (Dazaifu Tenmangu)

fukuoka-attractions

เทพเจ้าแห่งการศึกษาในญี่ปุ่น ศาลเจ้านี้มักจะมีเด็กนักเรียนและผู้ใหญ่วัยทำงานมาไหว้สักการะกันเป็นประจำเลย แถมว่ากันว่าส่วนใหญ่มักจะสมปรารถนาด้วยล่ะ ส่วนใหญ่เด็ก ๆ นักเรียนก็จะมาขอพรเรื่องการสอบการเรียน ส่วนวัยทำงานก็มาขอให้การสัมภาษณ์งานผ่านไปได้ด้วยอะไรแบบนี้ ส่วนรอบ ๆ ศาลเจ้าก็บรรยากาศดีร่มรื่นมีดอกบ๊วยสีชมพูสวนงามเป็นไฮไลท์ ใครมีเกณฑ์ต้องวางแผนเรื่องเรียนเรื่องทำงานมีโอกาสไปญี่ปุ่นอย่าพลาดไปขอพรนะ

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 06:00 – 19:00 น.
การเดินทาง :  นั่งรถไฟสาย Tenjin Omuta Line จากสถานี Nishitetsu Fukuoka ไปลงที่สถานี Nishitetsu Futsukaichi จากนั้นเปลี่ยนสายรถไฟไปเป็น Dazaifu Line ไปลงที่สถานี Dazaifu จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

33. ย่านเมืองเก่าฮากาตะ (Hakata Old Town)

fukuoka-attractions

Photo by : tiny_eb_colossal_life


พูดถึงฟุกุโอกะแล้วก็คงหนี้ไม่พ้นความเป็นเมืองเก่า วัด ศาลเจ้าอะไรแบบนี้เนอะ ชวนมาเดินเที่ยวเล่นที่ย่านเมืองเก่าฮากาตะ เสพความเป็นญีปุ่นแบบ 100% กัน โดยสิ่งที่เราจะได้เห็นในย่านนี้ก็จะเจอตั้งแต่ประตูฮากาตะเซนเนนโนะมงซึ่งเขาสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการต้อนรับสู่ย่านฮากาตะนั่นเอง หรือจะเป็นวัดนิกายรินไซสายไดอย่าง Myorakuji แถมยังเป็นจุดกำเนิดของขนมอุอิโรด้วย หรือจะเป็นที่วัดโทโจจิ มีพระพุทธรูปปางสมาธิทำจากไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและเจดีย์ห้าชั้นสีแดงเป็นจุดเด่น โดยรวมแล้วย่านนี้เหมาะกับเดินเล่นพักผ่อนไหว้พระ ชมศิลปะแบบญี่ปุ่นชิล ๆ นั่นเอง

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง :  นั่งรถไฟสาย Kuko Line ลง Hakata Station ได้เลย

34. เกาะนาคะสุ (Nakasu Island)

fukuoka-attractions

Photo by : manorajjkumar


ย่านบันเทิงแห่งฟุกุโอกะเป็น ที่เที่ยวญี่ปุ่น อีกหนึ่งที่ ๆ เราอยากแนะนำมากเหมือนกัน ตอนกลางคืนจะเต็มไปด้วยร้านค้าข้างทาง มีสีสันเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มักจะมีเอกลักษณ์ในการเรียกแขกเข้าร้านเนี้ยแหละทำให้ย่านนี้คึกคักสุด ๆ เลย ที่นี่มีร้านอาหารและบาร์อยู่รวมกันกว่า 3,500 แห่งแน่นมากแต่ที่เยอะก็คือพวกร้านยะไต หรือร้านรถเข็นนั่นเอง มีอาหารทุกแบบเลยนะตั้งแต่ราเมง ซูชิ อาหารว่าง ไอศครีม ผลไม้ เครื่องดื่ม ฯลฯ ใครชอบเดินกินยามค่ำคืนต้องมาแล้วนะ

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ส่วนใหญ่ร้านจะเปิดตั้งแต่ประมาณ 18:00 – 24:00 น.
การเดินทาง :  นั่งรถไฟใต้ดินสาย kuko ไปลงที่สถานี Narasu Kawabata ได้เลย

นาโกย่า (Nagoya)

นาโกย่าเป็นเมืองที่ใหญ่รองจากโตเกียวและโอซาก้า นาโกย่าเป็นเมืองหลวงของจังหวัดไอจิที่อยู่ทางตอนกลางของญี่ปุ่นภูมิภาคชูบุ เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่นด้วยนะ แถมเมืองนี้ยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมรถยนต์ชื่อดังอย่างโตโยต้าด้วย ดังนั้นที่นี่เลยได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมและเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในชูบุ เดี๋ยวมาดูว่ามีที่ไหนน่าแวะเที่ยวบ้าง

35. หุบเขาโครังเค (Korankei)

nagoya-attractions

เป็นหุบเขาที่ดังที่สุดในเมืองเลยล่ะเพราะว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดปังแบบเวอร์มากกก ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของวัดโคจาคุจิอีกด้วยนะเลยยิ่งเสริมให้โลเคชั่นดีมากขึ้นไปอีก แนะนำให้มาช่องเดือนพฤศจิกายนจะได้ชมใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีแสนสวยด้วย ส่วนจุดชมที่สวยที่สุดแบบว่ามาแล้วห้ามพลาดคือริมแม่น้ำโทโมเอะ มีสะพานไม้ไทกะสึเคียวสะพานสัญลักษณ์ประจำโครังเค แล้วเขาก็จะมีเทศกาลช่วงเดือนพฤศจิกายนด้วย มีการประดับไฟบนสะพานมีการแสดงดนตรี ใครเข้ามาเก็บข้อมูลไปเที่ยวฤดูใบไม้เปลี่ยนเก็บเข้าลิสต์ด่วน

ค่าเข้าชม : คนละ 300 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 17:00 น.
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟที่สถานี Nagoya ให้นั่งรถไฟสาย Meitetsu Nagoya Line ไปลงที่สถานี Higashi Okazaki Station จากนั้นต่อรถบัส Meitetsu Bus ไปยัง Korankei

36. ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)

nagoya-attractions

ไม่พูดถึงไม่ได้นะ อันนี้แลนด์มาร์คของนาโกย่าที่ห้ามพลาดไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงนาโกย่าเลยแหละ ตัวปราสาทคือเป็นงานสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโบราณเลย ตัวอาคารหลังคาสีเขียวโดดเด่นมาก สร้างตั้งแต่ค.ศ. 1610 เลยนะ เก่าแก่มากจริง ๆ แถมยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติด้วยและเป็นจุดชมดอกซากุระอีกแห่งที่สวยมาก ๆ ในเมืองนาโกย่า นอกจากนี้ในบริเวณปราสาทก็ยังมีตำหนักฮมมารุซึ่งเป็นที่รับรองแขกให้สมัยก่อน ด้านในมีภาพวาดบนกำแพงไม้ด้วยนะ เป็น ที่เที่ยวนาโกย่า ที่สวยมากไปเยี่ยมชมกันได้

ค่าเข้าชม : เดินรอบ ๆ ฟรี ด้านในปราสาทผู้ใหญ่ 500 JPY / เด็กเข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด :  09:00 – 16:30 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Subway Line ไปลงที่ Sakae Station แล้วเปลี่ยนสายไปนั่ง Meijo Subway Line ไปลงที่ Shiyakusho Station จากนั้นเดินต่อ 3 นาที

37. อาคารโอเอซิส 21 (Oasis 21)

nagoya-attractions

ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่เป็นแลนด์มาร์คอีกที่ของนาโกย่า อยู่ใจกลางเมืองเลยจริง ๆ อารมณ์แบบเหมือนศูนย์การค้าแหละมีร้านอาหาร ร้านขายของเพียบเลย แล้วก็โซนที่เป็นสวนสาธารณะชื่อ Milky Way Square เป็นพื้นที่ไว้จัดกิจกรรมการแสดงต่าง ๆ หรือจะโซน Water Spaceship roof ช่วงหน้าร้อนที่มีบริการสระน้ำขนาดใหญ่ด้วย เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์รวมเลยล่ะสำหรับวันไหนที่อยากจะแค่ออกมาหาอะไรกินง่าย ๆ ไม่เที่ยวเยอะมากที่นี่มีครบทุกอย่างเลย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 21:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Higashiyama Line ไปลงที่ Sakae Station ได้เลย

นากาโน่ (Nagano)

ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่อยากแนะนำต่อมาคือจังหวัดนากาโน่ จังหวัดที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่น่าไปเยี่ยมเยือนสักครั้ง ใครเป็นสายเสพธรรมชาติบอกเลยต้องชอบแน่นอน จังหวัดนากาโน่เป็นหนึ่งจังหวัดในภูมิภาคชูบุ ไม่มีพื้นที่ติดทะเลเลยอยู่ใจกลางเกาะฮอนชูล้อมด้วยภูเขาหลายลูกมาก ๆ ธรรมชาติสุดพีคขนาดนี้ไปดูที่เที่ยวสวย ๆ กันเลยดีกว่า

38. สวนลิงจิโกคุดานิ (Jigokudani Monkey Park)

japan-attractions

เคยเห็นลิงออนเซนกันไหม ถ้าไม่เคยต้องมาเลยที่สวนลิงจิโกคุดานิ อยู่กลางหุบเขาจิโกคุดานิถือว่าเป็นแลนด์มาร์คสุดฮอตอีกทีหนึ่งของเมืองเลยนะ ที่จริงแล้วที่นี่เป็นสวนสาธารณะแหละด้านในเขาทำสระว่ายน้ำขึ้นมาสำหรับให้พวกเจ้าลิงโดยเฉพาะ เห็นเขาบอกว่าที่นี่ลิงเยอะมากขนาดว่าเดินเข้าแปปเดียวก็เห็นลิงตลอดทั้งเส้นทางได้เลย พอมาถึงสระก็จะเจอพวกลิงจับกลุ่มพากันแช่น้ำแบบสบายใจน่าเอ็นดูเชียวล่ะ ลิงคุ้นเคยกับคนนะแต่อย่างไรก็ตามอย่าไปจับหรือให้อาหารเลยจะดีกว่า

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 800 JPY / เด็ก 500 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-16:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟไปลงที่ Yudanaka Station จากนั้นต่อรถบัสไปที่ Kanbayashi Onsen จากนั้นเดินตามทางไปเรื่อย ๆ อีกประมาณ 30 นาทีจะถึงสวนลิง

39. ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle)

japan-attractions

ปราสาทนี้มีอีกชื่อเล่นหนึ่งอีกปราสาทอีกา เพราะว่าภายนอกคือมีสีดำเป็นส่วนมากเกือบทั้งหลังเลยแถมยังทำมาจากไม้เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นด้วย เห็นว่าอายุกว่า 400 ปีเลยทีเดียวนะ และเมื่อบอกออกไปที่ด้านหลังของปราสาทจะได้เห็นวิวของเมืองมัตสึโมโตะและเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นด้วย เสริมให้ตัวปราสาทสวยงามมากขึ้นไปอีก ส่วนรอบ ๆ ปราสาทก็มีจุดไฮไลท์อย่างสะพานสีแดงข้ามคูน้ำเป็นมุมฮิตที่นิยอมถ่ายรูปด้วยเหมือนกัน

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 610 JPY / เด็ก 300 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 08:30 – 17:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟด่วน JR Super Azusa ได้เลยโดยขึ้นจากสถานี Shinjuku ไปลงที่สถานี Matsumoto ได้เลย

40. สวนสาธารณะซากปราสาททาคาโตะ (Takato Castle Ruins Park)

japan-attractions

ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นมีการปลูกต้นซากุระสีชมพูสายพันธุ์โคอิกังประมาณ 1,500 ต้น เวลาดอกซากุระบานคือเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกนึงเลย สวยมาก ๆ เล่าความเป้นมาของที่นี่นิดนึง แต่ก่อนที่นี่เป็นปราสาททาคาโตะมาก่อนแต่ก็ถูกทำลายไปตามกาลเวลา ปัจจุบันก็เหลือฐานหินของปราสาทอยู่ไม่มากแล้วล่ะ แต่ก็มีจุดน่าสนใจอยู่ใจกลางสวย มีสะพานโค้งโค้งโออุนเคียว (Ounkyo) เป็นหนึ่งในจุดชมดอกซากุระที่ดีที่สุดของสวนแห่งนี้ด้วย

ค่าเข้าชม : ช่วงเทศกาลซากุระค่าเข้าคนละ 500 JPY ช่วงปกติเข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Azusa limited express ไปลงที่สถานี Chino Station แล้วนั่งรถบัสต่อไปประมาณ 25 กิโลเมตร ลงที่ Takato Castle Ruins Park จากนั้นเดินต่อไปอีก 15 นาที

41. ภูเขาคามิโคจิ (KAMIKOCHI)

japan-natural

มาเที่ยวแนวธรรมชาติก็ต้องการเดินป่ากันหน่อยละนะ ที่ภูเขาคามิโคจิเป็นอีกหนึ่งธรรมชาติที่สมบูรณ์และสวยงามตลอดทั้งปี ล้อมรอบด้วยเทือกเขาขนาดใหญ่และแม่น้ำอาซุสะ แม่น้ำสีฟ้าใสยาวตลอดหุบเขา แต่ไฮไลท์น่ะอยู่ที่สะพานกัปปะพาดข้ามผ่านแม่น้ำพร้อมเป็นจุดชมวิวของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ฤดูที่แนะนำให้ไปเที่ยวคือหน้าร้อนและใบไม้เปลี่ยนสีนะ เพราะว่าจะเปิดให้ท่องเที่ยวได้ตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤศจิกายนเท่านั้น

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : จากรถไฟ JR สถานี Matsumoto ให้นั่งรถไฟสาย Kamikochi line ไปลงที่ปลายทางเลยสถานี Shin-Shimashima จากนั้นต่อรถบัสอีก 1 ชั่วโมงจะถึงคามิโคจิ

กิฟุ (Gifu)

เดาว่าหลายคนต้องไม่คุ้นหูกับจังหวัดนี้แน่ ๆ เลย แต่บอกเลยนะว่าจังหวัดนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เป็นมรดกโลกเลยด้วย จังหวัดที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและธรรมชาติอย่างเต็มเปี่ยม จังหวัดกิฟุเป็นจังหวัดทางภาคกลางของญี่ปุ่นจริง ๆ แล้วจังหวัดนี้อยู่ระหว่างกลางระหว่างโตเกียวกับเกียวโตนะ เดินทางไม่ยาก เดี๋ยวพาไปดูที่เที่ยวกันก่อน

42. หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

japan-attractions

และนี่คือสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลก หมู่บ้านน่ารัก ๆ ที่มีบ้านทรงกัชโชสึคุริ คือจะบอกว่าไม่เหมือนญี่ปุ่นเลยเหมือนอยู่สวิตเซอร์แลนด์อะไรแบบนั้นอ่ะ หมู่บ้านถูกล้อมไปด้วยธรรมชาติและหุบเขายิ่งหิมะตกยิ่งสวยเหมือนเมืองในหนังเลย ที่นี่ไปเที่ยวได้ทุกฤดูสวยงามต่างกันไป ในหมู่บ้านมีโซนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ด้วย จำลองแบบบ้านในสมัยก่อนคือมีเตาถ่านวางอยู่กลางบ้านไว้ล้อมวงทานอาหารช่วงหน้าหนาวนั่นเอง จุดชมวิวที่พลาดไม่ได้คือ Shiroyama Viewpoint ชมวิวหมู่บ้านจากมุมสูงสวย ๆ กันไปเลย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : นั่งรถบัสที่ Kanazawa ให้ใช้รถบัสของ Nohi หรือ Hokutetsu ก็ได้จะมุ่งไปที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะเลย

43. ฮิดะทาคายามะ (Hida Takayama)

japan-attractions

อีกหนึ่งที่ ๆ อยากแนะนำคือเมืองเก่าฮิดะทาคายามะ เมืองที่ยังคงบรรยากาศและสภาพบ้านเรือนแบบญี่ปุ่นไว้เหมือนเดิมให้เราได้เห็นในปัจจุบัน ละแวกนี้ก็ยังมีสถานที่เที่ยวสำคัญหลายที่เลยอย่างย่านเมืองเก่าซันมะจิ เข้ามานี่จะได้กลิ่นอายอดีตมาเลยเหมือนย้อนยุคไปในญี่ปุ่นสมัยโบราณ มีร้านค้าขายของท้องถิ่นอย่างสาเกญี่ปุ่นด้วย โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคมย่านนี้จะสวยเป็นพิเศาเพราะดอกฟูจิจะบานสะพรั่งให้เราได้ชมดอกไม้สีม่วงเรียงรายอยู่รอบ ๆ หมู่บ้านด้วย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : จากสถานี Nagoya โดยสารรถไฟ JR  Limited Express Wide View Hida ไปลงที่สถานี Takayama

นิกโก้ (Niko)

นิกโก้เมืองมรดกโลกอันทรงคุณค่าที่ควรมาเยี่ยมเยือนเมื่อมีโอกาสได้มาเที่ยวญี่ปุ่น อากาศดีได้สูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม นิกโก้เป็นเมืองอยู่ในจังหวัดโทชิกิ ภูมิภาคคันโต ด้วยความเป็นเมืองมรดกโลกนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากถึง 10 ล้านคนต่อปีเลยนะ เดี๋ยวไปดูกันว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

44. สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)

japan-attractions

สะพานศักดิ์สิทธิ์ในเขตของศาลเจ้าฟุตุระซัง สะพานทำจากไม้ที่เคลือบด้วยยางไม้สีแดงข้ามผ่านแม่น้ำไดยากาวะ ได้ขึ้นเป็นมรดกโลกแล้วเรียบร้อยเมื่อปี 1999 สะพานยาว 28 เมตร มีชื่อที่เจ้าบ้านนิยมเรียกกันด้วยว่าสะพานเทพโดยมีความเชื่อว่าเมื่อครั้งก่อนมีพระภิกษุถูกกระแสน้ำขวางทางเลยขอพรจาพเทพเจ้าให้คุ้มครองตน ก็ได้มีเทพผู้พิทักษ์องค์หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาแล้วเนรมิตให้เกิดสะพานเดินข้ามผ่านน้ำไปนั่นเอง แต่ข้ามไปแล้วไม่มีอะไรเป็นทางตันแต่ก็สามารถเดินข้ามไปมาเพื่อชมวิวได้

ค่าเข้าชม : ข้ามสะพานผู้ใหญ่ 300 JPY / เด็ก 100 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 08:30 – 16:00 น.
การเดินทาง : จากสถานี Utsunomiya ขึ้นรถไฟสาย JR Nikko ไปลงที่สถานี Nikko เดินประมาณ 20 นาทีจากสถานี JR Nikko หรือสถานี Tobu Nikko จะถึงสะพานพอดี

45. หมู่บ้านเอโดะ วอนเดอร์แลนด์ (EDO WONDERLAND Nikko Edomura)

japan-attractions

ใครใส่ชุดกิโมโนแล้วอยากถ่ายรูปสวย ๆ ได้ฟีลญี่ปุ่นโบราณแบบเต็ม ๆ มาเลยที่หมู่บ้านเอโดะ ที่นี่เขาจะจำลองบ้านเมืองในสมัยยุคเอโดะเอาไว้อย่างดีเลย มีทั้งหมู่บ้านนินจา บ้านซามูไร ร้านอาหารโบราณ วิถีชีวิตและการแต่งกาย แถมยังมีการแสดงของนินจาอะไรแบบนี้มาโชว์ด้วยนะ ส่วนนักท่องเที่ยวแบบเราอยากใส่กิโมโนเขาก็มีให้เช่าเดินเล่นในหมู่บ้านด้วย อินสุด ๆ เลยเป็น ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่ได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นมาก ๆ

ค่าเข้าชม : บัตรแบบเต็มวัน ผู้ใหญ่ 5,800 JPY / เด็ก 3,000 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 09:30 – 16:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kinugawa Onsen หรือ Nikko Edomura (Edo Wonderland) ก็ได้ จากนั้นสามารถใช้บริการรถบัสของหมู่บ้านมาได้เลย

ไซตามะ (Saitama)

จังหวัดไซตามะเป็นจังหวัดใหญ่ติดกับโตเกียวทางตอนเหนือ แถมใครที่เป็นแฟนการ์ตูนชินจังก็คงจะคุ้นหูเนอะเพราะที่นี่คือจังหวัดบ้านเกิดของชินจังนั่นเองล่ะ ด้วยความใกล้โตเกียวก็ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมงเองนะ สามารถเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองได้เลย เหมาะกับการเปลี่ยนบรรยากาศจากในเมืองมานอกเมืองแบบใกล้ ๆ

46. ย่านคาวาโกเอะ (Kawagoe)

tokyo-oldtown

ย่านที่ได้ฉายาว่าเอโดะน้อยด้วยนะ น่ารักน่าใจมาก ย่านคาวาโกเอะเป็นย่านที่มีเอกลักษณ์มากให้ความรู้สึกแบบเมืองเก่าทั้งย่านเต็มไปด้วยบ้านเรือสมัยยุคเอโดะที่ได้รับการดูแลอย่างดีมาก ๆ เหมือนได้หลุดเข้าไปในยุคเอโดะกันเลยทีเดียว ในย่านนี้มีที่เที่ยวน่าสนใจหลายที่อย่างเช่น วัดคิตาอิน สร้างมาแล้วกว่าพันปีไฮไลท์อยู่ที่รูปปั้นพระพุทธหิน Gohyaku Rakan จำนวน 540 รูป โดยแต่ละองค์นั้นจะทำท่าทางและสีหน้าไม่เหมือนกันเลย หรืออีกที่ที่คนนิยมไปเช่นกันก็คือย่านเมืองเก่าเอโดะ เป็นไฮไลท์ของเมืองเลยก็ว่าได้ มีบ้านเรือนเก่าให้เดินชม ร้านอาหารโบราณ ของกิน ของเล่นโบราณมีให้เดินชมเดินซื้อกันเพียบ ใครชอบแนววัฒนธรรมโบราณต้องมาที่คาวาโกเอะเลย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Hon-Kawagoe แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

ฮิโรชิม่า (Hiroshima)

จังหวัดฮิโรชิม่าตั้งอยู่บริเวณภาคชูโงบนเกาะฮนซู คุ้นชื่อกันแน่นอนกับชื่อฮิโรชิม่าเพราะเป็นในหนึ่งในสองเมืองของญี่ปุ่นที่ถูกปล่อยระเบิดปรมาณูใส่โดยอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้คนลุกขึ้นมาต่อต้านสงครามและเมืองฮิโรชิม่าก็ได้ชื่อเรียกว่าเป็นเมืองสันติภาพโลกด้วย สำหรับที่เที่ยวก็มีครบเหมือนกันนะ ประวัติศาสตร์ วัด ที่กิน ทะเล ครบครันไม่แพ้เมืองอื่น

47. ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ (Itsukushima Shrine)

japan-attractions

ที่นี้เป็นศาลเจ้าที่ดังมาก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดฮิโรชิม่าซึ่งก็ดังมาจากประตูโทริอิสีแดงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเลจนมองผ่าน ๆ แล้วดูเหมือนว่าประตูลอยอยู่ในน้ำเลยซึ่งประตูนี้เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ความศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บนน้ำ หากมองในด้านศิลปะแล้วก็คงเป็นความลงตัวกันของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เข้ากันได้ดีมาก ๆ ละแวกนี้มีเรียวกังสามารถแวะข้างคืนได้แถมตอนกลางคืนก็สามารถชมแสงไฟที่ส่องสว่างจากศาลเจ้าได้จากเรียวกังได้ หรือใครอยากจะนั่งเรือชมอ่าวก็ได้เขามีให้บริการเหมือนกันยิ่งช่วงน้ำขึ้นเรือจะขับรอดไปที่เสาโทริอิกลางทะเลด้วย เป็น ที่เที่ยวญี่ปุ่น อีกหนึ่งที่ ๆ ควรมาเยือนสักครั้งเมื่อมาที่ฮิโรชิม่า

ค่าเข้าชม : คนละ 300 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 06:30 – 18:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Hiroshima Station สาย Sanyo Line ไปลงที่ Miyajimaguchi Station แล้วต่อเรือเฟอรี่ไปลงที่เกาะมายาจิม่า ใช้เรือ JR Nishinihon Miyajima Ferry จากนั้นเดินต่ออีกเล็กน้อย 5 นาที

ยามากุจิ (Yamaguchi)

จังหวัดแห่งธรรมชาติที่สมบูรณ์อีกทีหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดยามากุจิตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะฮอนชู ล้อมรอบไปด้วยทะเลญี่ปุ่นและทะเลเซโตะ ใครชอบอาหารทะเลมาทางนี้เลยจ้า โดยเฉพาะปลาปักเป้าเป็นอาหารทะเลขึ้นชื่อของจังหวัดนี้เลย อิ่มจุกแน่นอน แถมยังอุดมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นทางประวัติศาสตร์มากมายเลยด้วย

48. ศาลเจ้าโมโตโนสุมิ อินาริ (Motonosumi Inari Shire)

japan-attractions

จุดเด่นที่แสนงดงามของศาลเจ้านี้คือประตูโทริอิสีแดงที่ตั้งเรียงกันเป็นแถวยาว ศาลเจ้าโมโตโนสุมิ อินาริ สร้างตั้งแต่ปี 1955 โดยเจ้าประมงอยู่อาศัยอยู่ในละแวกนี้เนื่องจากฝันเห็นจิ้งจองสีขาวที่เป็นสัตว์คู่กายของเทพอินารินั่นเอง แต่การจะไปทำบุญที่ศาลเจ้านี้ต้องเดินผ่านประตูโทริอิก่อนซึ่งต้องเดินผ่านทั้งหมด 123 ต้น และกล่องทำบุญก็อยู่สูงบนเสาถึง 5 เมตร ซึ่งเชื่อกันว่าหากใครโยนเหรียญเข้ากล่องจะสมหวังนั่นเอง อ่ะก็น่าไปลองเสี่ยงทายดูเหมือนกันเผื่อว่าจะได้โชคดีติดมือกลับมาบ้าง อีกอย่างที่ศาลเจ้านี้อยู่ติดทะเล ประตูโทริอิสีแดงก็ติดทะเลเลยเหมือนกัน แถมยอดหน้าผาหันหน้าเข้าหาทะเลญี่ปุ่น ลมข้างบนเลยค่อนข้างแรงจะได้เห็นละอองน้ำธรรมชาติพุ่งขึ้นมาทะเลซึ่งก็เกิดจากการที่คลื่นซัดกระทบกับแนวหิน ได้ชมวิวสวย ๆ ของทะเลญี่ปุ่นพร้อมขอพรไปในตัวเลย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าสักการะทุกวัน เวลา 5:30 – 17:30 น.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Hakata ขึ้นรถไฟชินคันเซ็นไปลงที่สถานี Kokura จากนั้นต่อรถไฟสาย Kagoshima ไปลงที่สถานี Shimonoseki แล้วต่อรถไฟสาย Sanin ไปลงที่สถานี Nagato-Furuichi จากนั้นนั่งรถแท็กซี่ไปอีก 20 นาที

เฮียวโงะ (Hyogo)

เฮียวโงะเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮนชูและเป็นที่ตั้งของเมืองท่าชื่อดังที่หลายๆ คนน่าจะรู้จักกันดีอย่างโกเบ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมากมาย ซึ่งเต็มไปด้วยวิถีชีวิต, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรมตามแบบฉบับญี่ปุ่นเป็น ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าไปเที่ยวไม่แพ้เมืองใหญ่ ๆ เลย

49. ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)

japan-attractions

ปราสาทนี้เป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งรอดเหลือมาจากระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในโกเบเมื่อปี พ.ศ. 2538 ด้วย แถมยังได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น แต่ก็คือสวยจริง ๆนะ ด้านนอกปราสาทเหมือนจะสร้างจากหินตัวอาคารทาสีขาวเป็นหลักให้ความรู้สึกสงบร่มเย็นดีแถมยังมีฉายาว่าปราสาทนกกระสาขาวอีกชื่อด้วย

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,000 JPY / เด็ก 300 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-17:00 น.
การเดินทาง : จากสถานี Sannomiya Station ให้ขึ้นรถไฟสาย Hankyu Kobe Line ไปลงที่สถานี Himeji Station และเดินต่อไปประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงปราสาทฮิเมจิ

วากายามะ (Wakayama)

จังหวัดวากายามะตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรคิอิภูมิภาคคันไซอุดมไปด้วยทะเลและภูเขา มีสถานที่เที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มีแหล่งออนเซ็นที่เป็นที่นิยมไปถั่วญี่ปุ่นอย่างชิราฮามะออนเซ็น อาหารก็เริ่ดมีวาคายามะราเม็งและอาหารทะเลสด ๆ ด้วย

50. น้ำตกนาจิ (Nachi Falls)

japan-natural

อีกหนึ่งที่เที่ยวอันซีนเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นเลยนะ สุดว้าวกับน้ำตกนาจิ สูงถึง 133 เมตร ลึก 10 เมตร ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดยยูเนสโก้ มีความเชื่อว่าน้ำตานาจิเนี้ยมีเทพเจ้าศาลเจ้าฮิโรอาศัยอยู่ด้วย สำหรับเจดีย์ที่เห็นอยู่นี้คือศาลเจ้าคุมาโนะนาชิและวัดเซกันโทจิ ซึ่งมุมที่เรานำภาพมาฝากนี่ก็มุมที่ใครก็ต้องมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพื่อให้ได้อรรถรสในการเดินไปไหว้ศาลสามารถเช่าชุดยุคเฮอันโบราณมาใส่ได้ด้วยนะ ใครกำลังวางแผนหาที่เที่ยวญี่ปุ่น 2566 แนวธรรมชาติสวย ๆ อยากให้ใส่น้ำตกนาจิเข้าไปในลิสต์เลย ควรค่าแก่การมามาก ๆ

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,100 JPY / เด็ก 600 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 08:30 – 16:00 น.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Nachi Station ให้นั่งรถบัสไปยังศาลเจ้า ลงที่ป้าย Nachisan แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

เที่ยวญี่ปุ่นด้วย YouTrip ประหยัดกว่า

japan-attractions

เที่ยวญี่ปุ่นยังไงให้ถูกกว่าประหยัดคุ้ม ๆ ต้องเที่ยวกับ YouTrip ถูกกว่ายังไจะเล่าให้ฟัง สมมุติตั้งงบเที่ยวญี่ปุ่นไว้ 250,334 JPY ที่ร้านแลกเงินจะเป็นเงินทั้งหมด 50,375 บาท หากจ่ายด้วยบัตรเครดิตจะต้องจ่ายที่ 51,898 บาท แต่ถ้าจ่ายด้วย YouTrip จะเหลือยอดจ่ายเพียง 50,000 บาท ประหยัดถึง 1,898 บาท เพราะ YouTrip ให้เรทที่ดีกว่าแถมไม่มีค่าธรรม 2.5% ในการใช้จ่ายด้วยนั่นเอง

YouTrip Perks 2.0

เท่านั้นยังไม่พอ! เมื่อมีแพลนเดินทางอย่าลืมจองที่พักล่วงหน้าเตรียมไว้ด้วยละ นอกจาก YouTrip จะให้คุณแลกเงินได้เรทที่ดีกว่าเที่ยวถูกกว่าใครแล้ว เรายังมีฟีเจอร์ใหม่ “YouTrip Perks” จองที่พัก Agoda หรือซื้อตั๋วค่าเข้าที่เที่ยวผ่าน Klook ได้เงินคืนแบบคุ้มๆ กันไปเลย

สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นนี่เรียกได้ว่าติดมรดกโลกเยอะมาก ๆ เลยนะ แต่ก็สมแล้วล่ะเพราะแต่สถานที่เที่ยวญี่ปุ่นคือสวยงามและทรงคุณค่าต่อการดูแลรักษาไว้จริง ๆ ใครที่กำลังวางแผนไปญี่ปุ่นปีนี้จดที่เที่ยวตามที่แนะนำได้เลยนะ เริ่ดทุกทีควรค่าแก่การไปเยือน และเพื่อให้การเที่ยวญี่ปุ่นของเราไม่ติดขัด อย่าลืมสมัคร YouTrip ไว้ใช้จ่ายในต่างประเทศแบบสบายใจโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม 2.5% การันตีที่สุดเรื่อง “เรทดี ทุกที่ทั่วโลก” แถมไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี คุ้มขนาดนี้ สมัครเลย!

บทความล่าสุด
related articles
atm

รวม ตู้ ATM ต่างประเทศกดฟรี เที่ยวที่ไหนก็ไม่ต้องห่วง

อยากกด ATM แบบฟรีๆ ไม่มีค่าธรรมเนียม แต่ไม่รู้ว่าจะกดเงินที่ไหนดี เราได้รวบรวมตู้ธนาคารกดฟรีมาให้แล้ว พร้อมขั้นตอนการกดอย่างละเอียด
WeChat

วิธีสมัคร WeChat และ วิธีผูกบัตร 2026 ไม่ต้องสแกน ใช้ในจีนแบบละเอียดยิบ

ใครไปเที่ยวจีนห้ามพลาดเด็ดขาดกับ วิธีสมัคร WeChat และวิธีผูก YouTrip กับ WeChat แบบละเอียดยิบเพื่อการใช้จ่ายในจีนที่สะดวก ได้เรทโดนใจ คุ้มค่าแน่นอน
visit-japan

วิธีกรอก Visit Japan ล่าสุด 2026 ใน 4 ขั้นตอนง่าย ๆ

เตรียมเที่ยวญี่ปุ่นต้องมีการลงทะเบียน Visit Japan เพื่อโชว์ ตม. จึงขออัปเดตล่าสุดวิธีลงทะเบียน Visit Japan ทำได้ง่ายมาก เพียง 4 ขั้นตอน
diggin’ our content? 
Subscribe to our free newsletter and we’ll deliver the freshest news, announcements and articles to your inbox once a week. Strictly no spam, pinky promise!
ต้องการความช่วยเหลือ?

ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า YouTrip Contact Center ตลอด 24 ชม. ได้ที่ support.th@you.co