blog

15 สถานที่ ญี่ปุ่นที่เที่ยวธรรมชาติ 2023 ไปหาธรรมชาติฟิน ๆ ที่ญี่ปุ่นกัน

Writer
japan-natural
YouTrip blog

15 สถานที่ ญี่ปุ่นที่เที่ยวธรรมชาติ 2023 ไปหาธรรมชาติฟิน ๆ ที่ญี่ปุ่นกัน

Writer
japan-natural


ประเทศญี่ปุ่นนอกจากจะเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและบ้านเมืองที่ทันสมัยแล้ว อีกหนึ่งสิ่งของประเทศญี่ปุ่นที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เรียกความประทับใจได้ทุกครั้งก็คือธรรมชาติแสนสวยงามสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเอง แถมมีครบไม่แพ้ที่อื่นทั้งภูเขา ทะเลสาบ น้ำตก ทะเล ยิ่งใครชอบทำกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้งก็มีให้สนองนี้ดแบบจุก ๆ วันนี้ YouTrip จัดลิสต์พิกัดเที่ยว ญี่ปุ่นที่เที่ยวธรรมชาติ 2023 มาให้แบบจัดเต็ม พร้อมแนะนำช่วงเวลาเที่ยวญี่ปุ่น ช่วงไหนดีให้ด้วย จะมีที่ไหนบ้างตามมาเลย


เที่ยวญี่ปุ่น ช่วงไหนดี ?

ประเทศญี่ปุ่นมีทั้งหมด 4 ฤดูกาล สามารถเลือกเที่ยวได้ตามความต้องการตลอดทั้งปีเลย

hokkaido-attractions



ฤดูใบไม้ผลิ มีนาคม – พฤษภาคม เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด เพราะมีซากุระบานทั่วประเทศเลยและก็จะมีเทศกาลชมซากุระตามเมืองต่าง ๆ ด้วย แถมอากาศก็กำลังดี ไม่ร้อนมีลมเย็น ๆ อุณหภูมิประมาณ 13-25 องศา

ฤดูร้อน มิถุนายน – สิงหาคม เป็นช่วงที่จะมีฝนตกประปรายในช่วงต้นฤดู จากนั้นอุณหภูมิก็จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 27-35 องศา มีเทศกาลดอกไม้ไฟ และเทศกาลประจำเมืองของแต่ละเมืองเช่น เทศกาลคันดะ ที่โตเกียว เทศกาลเท็นจิน ที่โอซาก้า ถือเป็นฤดูกาลแห่งงานรื่นเริงก็ญี่ปุ่นเลยล่ะ

ฤดูใบไม้ร่วง กันยายน – พฤศจิกายน เหมาะสำหรับคนอยากสัมผัสอากาศเย็น ๆ แบบกำลังเริ่มหนาว อุณภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 12-26 องศา เป็นอีกฤดูกาลที่ญี่ปุ่นค่อนข้างมีสีสันเพราะว่าใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม แดง น้ำตาล เป็นฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวสำหรับคนชอบเดินเล่นในอากาศที่ไม่ร้อนอบอ้าวพร้อมชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีตามเมืองต่าง ๆ โรแมนติกสุด

ฤดูหนาว ธันวาคม – กุมภาพันธ์ อากาศหนาวถึงหนาวมาก อุณหภูมิประมาณ 2-10 องศา มีหิมะตกบางเมือง สำหรับใครอยากเล่นสกีสัมผัสหิมะมาฤดูหนาวก็คือตอบโจทย์ แต่หากใครชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งฤดูหนาวอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่เพราะอากาศเย็นมากทำกิจกรรมได้ไม่เยอะ แต่ก็สวยงามเพราะเป็นช่วงเทศกาลปลายปีอย่างคริสมาสต์กับปีใหม่ มีการประดับไฟทั่วเมืองหรือมารอเคาท์ดาวน์ขึ้นปีใหม่ก็ได้


พิกัด ญี่ปุ่นที่เที่ยวธรรมชาติ 2023 ที่ต้องไปให้ได้

1. Lake Yamanakako

japan-natural



ทะเลสาบยามานากาโกะเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ อยู่ที่จังหวัดยามานาชิ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมจากนักท่อง สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือจะมีหงส์ขาวอยู่เป็นจำนวนมาก เยอะมากจนสามารถพบเห็นได้ทั่วไปแถวทะเลสาบเลย มีจุดชมวิวอยู่รอบทะเลสาบที่เราสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้แบบเต็ม ๆ ตาอีกด้วยนะ หรือใครจะปั่นเรือเป็ดเล่นชิล ๆ เขาก็มีให้บริการด้วยเช่นกันจ้า

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถบัสของ Highway Bus ที่วิ่งระหว่างโตเกียว – ยามานากาโกะ โดยจุดขึ้นรถจะอยู่ที่สถานีรถบัสด่วนพิเศษ Shinjuku Expressway Bus Terminal ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 25 นาที

2. Mt. Aso (Kumamoto)

japan-natural


พามาจังหวัดคุมาโมโต้กันบาง พิกัด ญี่ปุ่นที่เที่ยวธรรมชาติ 2023 ของเราอยู่ที่ภูเขาไฟอะโซะซึ่งอยู่ใจกลางเกาะคิวชูเลย ภูเขาไฟอะโซะเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับนะโดยจุดไฮไลท์คือปากปล่องภูเขาไฟนาคาดาเกะ เป็นปากปล่องภูเขาไฟที่สามารถเขาถึงได้ง่ายสามารถขึ้นไปได้ทั้งทางถนนหรือกระเช้าไฟฟ้า แต่เตือนนิดนึงว่าก่อนไปควรจะเช็คสถานะของปล่อยภูเขาไฟก่อนนะเผื่อว่าช่วงที่เราไปอาจจะเป็นช่วงที่มีก๊าซพิษปล่อยออกมาเยอะหรืออยู่ในช่วงที่กำลังจะปะทุขึ้นมากอีกรอบอะไรแบบนี้ รอบ ๆ ภูเขาไฟก็มีธรรมชาติสวยงามมากมีเมืองชนบทเล็ก ๆ มีนาข้าว มีทุ่งหญ้ากว้างที่มีน้องวัวและน้องม้าอยู่ด้วย เป็นที่เที่ยวแนวธรรมชาติที่น่าสนใจมาก

ค่าเข้า : ไม่มีค่าเข้าแต่จะเสียเป็นค่าผ่านทางหรือกระเช้าไฟฟ้าไปกลับคนละ 1,000 JPY
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-17:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟ JR Aso มาลงที่สถานีขึ้นกระเช้าไฟฟ้า Asosan Nishi จากนั้นต่อกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปบนปากปล่องภูเขาไฟใช้เวลาประมาณ 40 นาที

3. Yakushima Island

japan-natural



ไปเดินป่าญี่ปุ่นกันบ้างดีกว่าที่นี่คือเกาะยาคูชิม่าเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีป่าดงดิบและภูเขาอยู่ภายในเกาะ ป่านี้มีต้นสนโบราณอายุกว่าพันปีเอาไว้หลายต้น เห็นว่าต้นที่มีอายุมาที่สุดอยู่มานานกว่า 7,000 ปีเลยทีเดียวนะ ระยะทางรอบเกาะประมาณ 100 กิโลเมตรวิธีการเที่ยวที่ดีที่สุดคือขับรถเที่ยวรอบ ๆ เกาะ หรือหากอยากไปเดินป่าก็ใช้บริการรถบัสสาธารณะได้แต่ว่ารถวิ่งไม่บ่อยนะ เส้นทางเดินป่า Yakusugi Land เป็นเส้นทางที่คนนิยมมากที่สุด มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน มีสะพานข้ามลำธารที่วิวธรรมชาติสวยมากแถมมีต้นซีดาร์ญี่ปุ่นเก่าแก่อายุกว่า 1,000 ปีด้วย

ค่าเข้า :  500 JPY / คน
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : จากโอซาก้าจะมีเที่ยวบินตรงมายังสนามบินยะคุชิมะได้เลย จากนั้นขึ้นรถบัสจากสนามบินมาท่าเรือแล้วนั่งเรือเฟอรี่มายังเกาะยาคูชิม่า

4. Nachi Waterfall (Nachi-no-tak)

japan-natural



น้ำตกนะชิ สัญลักษณ์ของเมืองนะชิคัตซึอุระเป็นน้ำตกสูง 133 เมตรไหลลงมาจากป่าทึบเก่าแก่ ด้วยความที่เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นทำให้มีละอองน้ำลอยอยู่ทั่วบริเวณฉะนั้นหากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวที่น้ำตกนะชิจะรู้เลยว่าที่นี่เย็นตลอดปีแม้แต่ช่วงหน้าร้อนด้วย ไฮไลท์คือศาลเจ้าฮิโรตั้งอยู่บริเวณฐานน้ำตก ศาลเจ้าที่ก่อสร้างแบบศิลปะญี่ปุ่นฉากหลังเป็นน้ำตกสูงมีละออกน้ำปกคลุมอยู่รอบ ๆ เป็นภาพที่สวยงามมากแต่เป็นจุดแลนด์มาร์คของนักท่องเที่ยวที่ต้องมาถ่ายรูปในมุมนี้เลยล่ะ

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 8.30-16.00 น.
การเดินทาง : จากสถานี Shin-Osaka ให้นั่งรถไฟ LTD. EXP KUROSHIO ไปลงที่สถานี Kiikatsuura ใช้เวลา 4 ชั่วโมง จากนั้นขึ้นรถ Kumano Kotsu Bus ไปลงที่ป้าย Nachi no Taki-Me และเดินต่ออีก 5 นาที

5. Arashiyama

kyoto-attractions



อาราชิยาม่าอยู่ที่จังหวัดเกียวโตเป็นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เส้นทางป่าไผ่ ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตและเป็นมุมรูปถ่ายรูปที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องแวะ มุมฮิตที่ว่านี้จะอยู่หลังวัดเทนริวจิ ได้วิวทั้งแม่น้ำโฮซูกาวะ และสะพานโทเก็ตสึเคียว นอกจากนี้ที่อาราชิยาม่ายังเหมาะแก่การพักผ่อนแบบสุด ๆ เลยเพราะว่าป่าไผ่สูงมากทำให้บังแดดได้ดี อากาศไม่ร้อนและมีลมเย็นด้วย มีคาเฟ่และร้านอาหารเพียบ กิจกรรมที่น่าสนใจในนี้้คือล่องเรือแม่น้ำโฮซูกาวะและนั่งรถไฟสายโรแมนติกชมวิวหุบเขาและสองข้างทางของแม่น้ำ

ค่าเข้า : บริเวณป่าไผ่เข้าชมฟรี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Sagano Line มาลงที่สถานี Saga-Arashiyama

6. Kamikochi

japan-natural



ดินแดนสวรรค์บนดินของจังหวัดนากาโนะ ที่คือคามิโคจิอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชูบุซังกะกุ เป็นสถานที่พักผ่อนที่เย็นสบายตลอดทั้งปีแม้กระทั่งในฤดูร้อน ฮิตมากในหมู่คนญี่ปุ่นและเป็นที่ชื่นชอบสำหรับคนชอบเดินป่าปีเขาอีกด้วย เพราะที่นี่เลืองชื่อเรื่องธรรมชาติสมบูรณ์ของป่าและเขา ฤดูไฮไลท์ของที่นี่จะเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเราจะได้เห็นภาพป่าเขาเต็มไปด้วยสีส้มสีแดงของใบไม้ที่เปลี่ยนสีแล้วเรียบร้อย เปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็นป่าที่อบอุ่นเลยทีเดียว หากสงสัยว่าเที่ยวญี่ปุ่น ช่วงไหนดีใครชอบป่าเขียว ๆ แนะนำให้มาหน้าร้อนนะ จุดแลนด์มาร์คของการถ่ายภาพอยู่ที่แม่น้ำอาซุสะ น้ำใสกิ๊งไหลผ่านตลอดหุบเขาวิวข้างหลังเป็นภูเขาลูกใหญ่กับท้องฟ้าสดใส เหมือนอยู่แถวยุโรปเลยล่ะ

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ปิดช่วงฤดูหนาว เปิดตั้งแต่เดือนเมษายน – พฤศจิกายน
การเดินทาง : มี Direct Bus วิ่งตรงจากโตเกียวไปคามิโคจิ ขึ้นได้จากหลายสถานี ได้แก่ ชินจูกุ โตเกียว และชิบูย่า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-7 ชั่วโมง

7. Urabandai

japan-natural



อุระบันไดศูนย์รวมบึงน้ำ ทะเลสาบและธรรมชาติบนที่ราบสูง ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติบันได-อาซาฮิ พื้นที่ใหญ่มากครอบคลุมถึง 3 จังหวัดคือ จังหวัดฟุกุชิมะ จังหวัดยามากาตะและจังหวัดนิอิกาตะ โดยอุระบันไดเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟบริเวณรอบตั้งแต่ปีค.ศ. 1888 จนเกิดเป็นบึงน้ำและทะเลสาบที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติสวยงาม ในนี้มีเส้นทางเดินป่าให้ศึกษาธรรมชาติหลายทางเลยแต่ที่ฮิตที่สุดคือ Goshiki Nature Trail หรือเส้นทางทะเลสาบ 5 สี มีบึงน้ำอยู่กว่า 30 แห่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะบึงน้ำบิชามงนูมะ ผืนน้ำสีฟ้ามรกตขนาดใหญ่ล้อมไปด้วยป่าเขาและต้นไม้ใหญ่ ฮิตมากในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : จากสถานี JR Inawashiro ให้นั่งรถบัส Bandai-to ไปลงที่ป้าย Goshikinumairiguchi ซึ่งเป็นทางเข้าของ Goshiki Nature Trail

8. Daisetsuzan National Park

japan-natural



อุทยานแห่งชาติไดเซสึซังจุดเที่ยว ญี่ปุ่นที่เที่ยวธรรมชาติ 2023 อยู่ใจกลางเกาะฮอกไกโดที่นี่มีภูเขาสูงโทกาจิ สูงมากจนมีชื่อเรียกว่า “หลังคาแห่งฮอกไกโด” ด้วยความที่อยู่สูงขนาดนี้จึงมีพืชพรรณไม้แบบป่าสนอัลไพน์สีสันสวยงามและธรรมชาติและยังมีระบบนิเวศน์สมบูรณ์มากจนมีสัตว์หายากและปลาพันธุ์เฉพาะอยู่ด้วย ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือจุดชมวิวที่จะได้เห็นทะเลหมอกที่ผาโซอุนเคียวตอนเช้า หรือใครอยากเช่าจักรยานปั่นชมวิวเขาก็มีให้บริการเช่นกัน ส่วนใครมาหน้าหนาวก็มาเล่นสกี สโนว์บอรด์หรือเดินขึ้นเขาได้เหมือนกัน เรียกได้ว่ามาเที่ยวได้ทุกฤดูกาลเลยล่ะ

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Shimokitamon ลงที่สถานี Kamikawa จากนั้นนั่งรถประจำทางสาย Sounkyo-Kamikawa Line จนสุดสายเพื่อลงที่ป้าย Sounkyo Gorge ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

9. Shirakawa-go

japan-natural



ไปเที่ยวหมู่บ้านมรดกโลกกัน ใครอยากสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิมสุดคลาสสิคและได้ชมธรรมชาติสวย ๆ แนะนำให้มาที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ เป็นหมู่บ้านชาวนาที่ตั้งอยู่ในหุบเขาตามแม่น้ำโชกาวะ ซึ่งจะประกอบด้วยหมู่บ้านย่อย ๆ อีก 16 หมู่บ้าน ในหมู่บ้านนี้มีบ้านเรือนอายุเก่าแก่กว่า 200-300 ปี กระจายไปทั่วเลย แต่หมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดคือหมู่บ้านโอกิมาจิ เป็นหมู่บ้านหลักและใหญ่ที่สุด ซึ่งไฮไลท์อยู่ที่การเยี่ยมชมบ้านสไตล์กัสโชสึคุริ เป็นบ้านชาวนาโบราณอายุกว่า 250 ปี ลักษณะเป็นหลังคาชันถึง 60 องศา มีลักษณะคล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน ภายในหมู่บ้านยังมีร้านค้า ร้านอาหารดั้งเดิม ศาลเจ้า วัดญี่ปุ่น โฮมสเตย์ ให้เยี่ยมชมอีกมากมายเลย

ค่าเข้า : 500 JPY / คน
เวลาเปิด-ปิด : 8:40-17:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟจาก Osaka มาลงที่เมือง Kanazawa จากนั้นต่อรถบัส Takayama Nohi Bus Center อีกประมาณ 50 นาที

10. Takachiho Gorge (Takachiho-cho)

japan-natural



เที่ยวญี่ปุ่นที่เที่ยวธรรมชาติ 2023 ตามรอยตำนานและเทพนิยายของญี่ปุ่นกัน มีตำนานเล่าต่อกันมาว่าเขาทาคาจิโฮะคือสถานที่ ๆ เหล่าเทพเสด็จลงมาครั้งแรกเหมือนประเทศญี่ปุ่นถือกำเนิดขึ้นบนโลก ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยสถานที่ที่ ๆ มักจะเห็นในเทพนิยายของญี่ปุ่นอยู่ทั่วตามจุดต่าง ๆ เช่นศาลเจ้า Amano Iwato ที่มีตำนานเชื่อว่ามีเทพเจ้ามารวมตัวกันที่ศาลเจ้าแห่งนี้ บริเวณใกล้กันมีถ้ำขนาดใหญ่ ด้านในเต็มไปด้วยก้อนหินที่ถูกวางเป็นชั้น เชื่อว่าหากทำแล้วอธิฐานจะทำให้สมปรารถนา ใครชอบธรรมชาติแถมได้ไหว้พระขอพรในเวลาเดียวกันก็มาเยือนที่นี่ได้เลย

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : จากสนามบิน Kumamoto มีรถบัสให้บริการจากสนามบินนั่งมาลงที่ Takachiho Bus Center จากนั้นเดินต่ออีก 2 กิโลเมตร (ระหว่างทางมีศาลเจ้าให้แวะ หรือใครไม่อยากแวะสามารถนั่งรถ shuttle bus ได้)

11. Cape Kamui

hokkaido-attractions



แหลมคามูอิแหล่งเที่ยว ญี่ปุ่นที่เที่ยวธรรมชาติ 2023 สุดงดงามแห่งเกาะฮอกไกโด เชื่อว่าน่าจะเคยเห็นภาพในอินเทอร์เน็ตกันบางเนอะกับภาพแหลมหินยื่นออกไปในทะเล มีทางเดินเล็ก ๆ ยาวไปตามเนินเขาสีเขียวตัดกับน้ำทะเลสีครามสดใส ที่นี่คือแกลมคามูอิแห่งคาบสมุทรชาโคตัน ที่แหลมหินสามารถเดินขึ้นไปที่ปลายแหลมได้จะมีบันไดไม้และทางเดินคดเลี้ยวไปตามแนวเขา ระยะทางไม่ไกลประมาณ 700 เมตร ทางเดินไม่ยากนะเดินเท้าได้สบาย แถมมีลมเย็นจากทะเลผ่านมาเรื่อย ๆ ให้หายเหนื่อยด้วย ข้างทางจะเต็มไปด้วยดอกไม้และต้นหญ้าเขียวชอุ่ม เดินเพลิน ๆ แปปเดียวถึงปลายทางบริเวณปลายเเหลม มีประภาคารเล็กๆตั้งอยู่ ว่ากันว่า มีอายุมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1888 เลยทีเดียว

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 08.00 น. – 18.00 น.
การเดินทาง : จากเมืองโอตารุโดยนั่งรถบัสสาย Hokkaido Chuo Bus จากป้าย Otarueki-mae Bus Termial มาลงที่ป้าย Kamui Misaki ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

12. Miyako Island

japan-natural



เปลี่ยนไปทะเลกันบ้าง เกาะแห่งปะการัง หาดทรายสวย ที่นี่คือเกาะมิยาโกะถูกจัดให้อยู่อันดับต้น ๆ อยู่เสมอจากเว็บไซต์รีวิวสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น เห็นรูปแล้วบอกเลยว่าสวยจริง ๆ หาดทรายสีขาวตัดกับน้ำทะเลสีเขียวมรกตท้องฟ้าก็แจ่มใสเหมาะกับการพักผ่อนสุด ๆ ใครชอบทำกิจกรรมทางน้ำก็มีเพียบเลยนะ เจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ท พาราเซลลิ่ง ฯลฯ จุดเด่นของที่นี่คือ สะพานอิราบูโอฮาชิ เป็นสะพานที่เชื่อต่อเกาะอีก 3 เกาะเข้าด้วยกันแถมเป็นสะพานที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมยาวที่สุดในญี่ปุ่นด้วยนะ วิวอลังการสุด ๆ ไปเลย แนะนำให้มาช่วงพระอาทิตย์ตกจะได้เห็นวิวเปลี่ยนแปลงไปตามน้ำขึ้นน้ำลงและแสงก่อนพระอาทิตย์ตกดินสวยสุด ๆ ไปเลย

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : เดินทางด้วยเครื่องบินเท่านั้นมีเที่ยวบินตรงจากโตเกียวและโอซาก้า บินตรงได้เลยที่สนามบิน Miyako และแนะนำให้เช่ารถขับต่อรอบเกาะจะสะดวกที่สุดหรือใช้บริการรถบัสจากโรงแรมก็ได้

13. Kabira Bay

japan-natural



เอาใจคนชอบดำน้ำดูปะการังกันบ้างที่อ่าวคาบิระ ที่อ่าวก็จะมีชายหาดอยู่ 3 ที่ ที่แรกคือชายหาดโยเนะฮาระ เหมาะกับคนชอบดำน้ำตื้นแบบ Snorkel ที่หาดนี้เต็มไปด้วยปะการังสีขาวและแนวปะการังที่งดงามมาก หรือชายหาดซูคุจิ ยาวกว่า 1 กิโลเมตรเป็นชายหาดที่มีทรายที่ขาวละเอียดที่สุดของเกาะ สามารถว่ายน้ำหรือดำน้ำดูปะการังได้แต่ต้องระวังแมงกระพรุนฮาบุด้วยล่ะ สุดท้ายชายหาดซันเซ็ท ที่หาดนี้มีการป้องกันแมะกระพรุนฮาบุอย่างดีด้วยการขึงตาข่ายสามารถว่ายน้ำ ดำน้ำได้อย่างสบายใจเลยล่ะ นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ เกาะก็ยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย เช่น สวนต้นปาล์มและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ด้วย

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : สามารถบินตรงจากโตเกียวไปลงที่สนามบิน New Ishigaki Airport ได้เลยและจากสนามบินสามารถนั่งรถบัสสาย Kabira Line ซึ่งจะวิ่งจากสนามบินไปยังชายหาดต่าง ๆ

14. Yurigahama Beach

japan-natural

Photo by : rion.911



ยังต่อที่ชายหาดกันรัว ๆ สำหรับที่เที่ยวญี่ปุ่นที่เที่ยวธรรมชาติ 2023 คราวนี้มาต่อกันที่หาดยูอิกาฮามะ เป็นส่วนหนึ่งของเกาะโยรอนซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดคาโกชิม่า หาดที่ชมได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้นเพราะว่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อนเป็นช่วงที่น้ำทะเลจะลงและมีหาดทรายสีขาวโผล่ขึ้นมา แต่ว่าจุดที่ทรายขาวจะโผล่ขึ้นมาไม่ได้มีแค่จุดเดียวนะ แต่ละวันจะไม่เหมือนกันแหละ ด้วยความที่มีระยะเวลาจำกัดแบบนี้ทำให้คนเรียกกันว่าเป็นชายหาดล่องหนเพราะว่ามาแว๊บเดียวก็หายไปเหมือนเวทมนต์นั่นเอง

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : การเดินทางไปเกาะ Yoron สามารถนั่งเครื่องบินตรงถึงได้เลยจาก 3 สนามบินดังนี้ Kagoshima Airport / Amami Airport / Naha Airport

15. Kameiwa Cave

japan-natural



โลเคชั่นสุดท้ายสำหรับพิกัด ญี่ปุ่นที่เที่ยวธรรมชาติ 2023 มาชมแสงรูปหัวใจที่อุโมงค์คาเมวะกันเถอะ ที่นี่อยู่ในสวนชิมิสุ จังหวัดชิบะ เป็นแรร์ไอเทมหน่อยนะเนื่องจากเวลาที่สวยที่สุดมีเพียงปีละ 2 ครั้งเท่านั้นคือเดือนมีนาคมและกันยายน เวลาประมาณ 6-8 โมงเช้า โดยแสงรูปหัวใจที่ว่านี่เกิดจากแสงอาทิตย์ในยามเช้าที่ลอดผ่านอุโมงค์และสะท้อนเข้ากับผืนน้ำ กลายเป็นแสงรูปหัวใจ แต่บอกก่อนว่าอุโมงค์คาเมวะไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาตินะแต่เป็นการขุดเจาะอุโมงค์แห่งนี้ขึ้นเพื่อเปิดทางให้น้ำจากแม่น้ำสายหลักที่ไหลมายังน้ำตกโนมิโสะไหลออกสู่พื้นที่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อใช้ในการเกษตร นอกจากแสงรูปหัวใจแล้วยังมีไฮไลท์ทางธรรมชาติอื่น ๆ อีกเช่น ชมหิ่งห้อยในช่วงฤดูร้อน หรือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งด้วย

ค่าเข้า : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟโตเกียวให้ลงที่สถานี Yaesu จากนั้นนั่งรถบัส Express Bus Akushi-Go ต่อเพื่อลงที่ป้าย Kimitsu Furusato Bussankan และเดินต่ออีกประมาณ 20 นาที

เที่ยวญี่ปุ่นด้วย YouTrip ประหยัดกว่า

osaka-attractions



แนะนำวิธีเที่ยวญี่ปุ่นให้ประหยัดว่าด้วย YouTrip ยกตัวอย่างตั้งงบเที่ยวญี่ปุ่นไว้ที่ 120,000 JPY ที่ร้านแลกเงินจะเป็นไทยทั้งสิ้น 32,520 บาท หากจ่ายด้วยบัตรเครดิตจะต้องจ่าย 33,350 บาท แต่หากเปลี่ยนมากจ่ายด้วย YouTrip จะเหลือเพียง 32,418 บาท ประหยัดเพิ่มถึง 932 บาท ไปเลย เพราะ YouTrip ให้เรทที่ดีกว่าแถมไม่มีค่าธรรมเนียม 2.5%



เท่านั้นยังไม่พอ! เมื่อมีแพลนเดินทางอย่าลืมจองที่พักล่วงหน้าเตรียมไว้ด้วยล่ะ นอกจาก YouTrip จะให้คุณแลกเงินได้เรทที่ดีกว่าเที่ยวถูกกว่าใครแล้ว เรายังมีฟีเจอร์ใหม่ “YouTrip Perks” จองที่พัก Agoda หรือซื้อตั๋วค่าเข้าที่เที่ยวผ่าน Klook ได้เงินคืนแบบคุ้มๆ กันไปเลย

ญี่ปุ่นประเทศโปรดของหลาย ๆ คนนี่มีที่เที่ยวทางธรรมชาติเยอะจริง ๆ มีครบทั้งภูเขา ทะเล น้ำตก ฯลฯ ส่วนใครสงสัยว่าเที่ยวญี่ปุ่น ช่วงไหนดีถึงเจอธรรมชาติสวย ๆ แบบนี้ เราแนะนำหน้าร้อนสำหรับคนชอบป่าเขียว ๆ และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสำหรับคนชอบบรรยากาศแบบอบอุ่นเลยจ้า สายรักธรรมชาติห้ามพลาดเลยนะ และอย่าลืมพก YouTrip  ไปเป็นเพื่อนในการใช้จ่ายสำหรับทริปญี่ปุ่นครั้งนี้ด้วยนะ ได้เรทดีกว่า ไม่มีค่าธรรมเนียม 2.5% คุ้มค่า ใช้สะดวก รับรองประหยัดขึ้นเยอะ

Blog banner
บทความล่าสุด
related articles
vietnam-attractions

40 ที่เที่ยวเวียดนาม 2026 / 2569 เหนือกลางใต้ ฮานอย ดานัง ซาปา ห้ามพลาด

ใครแพลนไปเวียดนามมาทางนี้ด่วน จัดให้แน่น ๆ กับ 40 ที่เที่ยวเวียดนามพร้อมแนะนำวิธีเดินทางเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเองแบบไม่ยาก ใครเวลาน้อยอยากเที่ยวเมืองนอกไปเวียดนามเลย!
save-more-travelling-2

ลิสต์ 44 ที่เที่ยวโตเกียว 2026 เที่ยวไหนดี รวมที่เที่ยวยอดฮิตและพิกัดใหม่

โตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่น มาอัพเดทสถานที่ยอดฮิตกับ 44 ที่เที่ยว ที่คัดแล้วว่าเจ๋ง ไปถึงโตเกียวทั้งที ต้องไปให้ได้
hongkong-attractions

ลิสต์ 40 ที่เที่ยวฮ่องกง 2026 เที่ยวไหนดี? วางแผนเที่ยวได้ทั้งปี

ฮ่องกงเที่ยวง่าย มีที่เที่ยวครบไม่แพ้ที่อื่น มาดูกันว่าที่เที่ยวฮ่องกงมีที่ไหนน่าไปบ้าง พร้อมบอกวิธีเดินทางเที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเองแบบไม่ง้อทัวร์ บอกเลยง่ายแถมชิวมากเวอร์
diggin’ our content? 
Subscribe to our free newsletter and we’ll deliver the freshest news, announcements and articles to your inbox once a week. Strictly no spam, pinky promise!
ต้องการความช่วยเหลือ?

ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า YouTrip Contact Center ตลอด 24 ชม. ได้ที่ support.th@you.co