blog

15 ที่เที่ยวฟรีโตเกียว 2026 ที่เที่ยวศูนย์เยน ไม่ต้องเสียตังค์ก็เที่ยวได้

Writer
tokyo-free
YouTrip blog

15 ที่เที่ยวฟรีโตเกียว 2026 ที่เที่ยวศูนย์เยน ไม่ต้องเสียตังค์ก็เที่ยวได้

Writer
tokyo-free


โตเกียวเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ศูนย์กลางความเจริญแบบครบครันทั้งการเดินทาง นวัตกรรม สินค้า อาหาร รวมไปถึงวัฒนธรรมที่เด่นชัดอีกด้วย เรียกได้ว่าใครมาญี่ปุ่นก็ต้องไม่พลาดมาเที่ยวโตเกียวสักรอบ เดี๋ยววันนี้จะพาไปดู ที่เที่ยวฟรีโตเกียว เที่ยวแบบสบายกระเป๋าอย่างน้อยก็ไม่เสียตังค์ค่าเข้าล่ะนะ



เที่ยวโตเกียวช่วงไหนดี ?​


ฤดูหนาว ( ช่วงหิมะ ) : ธันวาคม – กุมภาพันธ์
บรรยากาศแบบเฉลิมฉลองเพราะอยู่ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ อากาศหนาวประมาณ 4-11 องศา ของลดราคาเยอะใครสายช้อปมาช่วงนี้ก็คุ้มเหมือนกัน บางปีหากโชคดีอาจจะเจอหิมะตกกลางโตเกียวด้วยนะ หรือใครอยากเล่นสกีออกจากโตเกียวไปนิดหน่อยก็มีลานสกีหิมะให้เล่นแล้วล่ะ

ฤดูใบไม้ผลิ (ซากุระ) : ปลายมีนาคม – ต้นเมษายน
ฤดูยอดฮิตของญี่ปุ่น บรรยากาศสวยงาม โรแมนติก อากาศหนาวเย็นประมาณ 5-14 องศา จัดเต็มชุดกันหนาวมาได้เลย มีซากุระและชมดอกไม้ตามเทศกาลต่าง ๆ เป็นไฮไลต์ของฤดูนี้

ฤดูร้อน : มิถุนายน – สิงหาคม
ช่วงเวลาแห่งเทศกาลดอกไม้ไฟเรียกว่าเทศกาลฮานาบิ เป็นเทศกาลที่ได้รับการยกย่องว่าสวยมากแห่งหนึ่งของโลก แต่อากาศค่อนข้างจะร้อนมาก อยู่ที่ 28 – 35 องศา แดดแรงอาจจะต้องเตรียมอุปกรณ์กันร้อนเยอะหน่อย แต่ข้อดีคือตั๋วเครื่องบินและโรงแรมราคาถูกกว่าช่วง High Season มาก ๆ

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี : ตุลาคม – พฤศจิกายน
อีกหนึ่งช่วงเวลาน่าเที่ยวเหมาะกับออกไปเดินเล่น ทำกิจกรรมกลางแจ้งและชมใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศออกโทนอบอุ่นไปด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นส้ม แดง เหลือง อากาศกลับมาหนาวอีกครั้งอยู่ที่ 9-20 องศา อาจเจอฝนตกบางวัน
สำหรับคนเมืองร้อนบ้านเราก็หนาวจนฟินเลยล่ะ

การเดินทางในโตเกียว


การเดินทางในโตเกียวไม่ยากอย่างที่คิดสามารถเที่ยวโตเกียวด้วยตัวเองได้อย่างแน่นอน

รถไฟ : เป็นขนส่งหลักที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นเองใช้เป็นประจำ เดินทางได้รอบโตเกียว มี 2 บริษัทคือ JR เป็นรถไฟสายหลักที่เชื่อมต่อโตเกียวและจังหวัดอื่น ๆ รวมถึงรถไฟใต้ในใจกลางโตเกียว / Tokyo Metro เป็นรถไฟใต้ดินวิ่งหลายสายในใจกลางเมืองโตเกียว

รถบัส : ช้ากว่ารถไฟ อาจเจอรถติด สำหรับนักท่องเที่ยวต้องมีความชำนาญทางระดับหนึ่งก่อนแต่ราคาถูกแล้วก็สามารถเดินทางไปรอบ ๆ โตเกียวได้เช่นกัน

แท็กซี่ : ราคาสูงกว่าทั้งรถไฟและรถบัส แต่การบริการดีเลิศเหมือนเป็นเจ้าหญิง เหมาะกับคนมีธุระเร่งด่วนหรือต้องขนสัมภาระที่หนักและเยอะ

การใช้จ่ายในญี่ปุ่น

tokyo-to-osaka



เที่ยวได้ประหยัดขึ้นอีกแค่ใช้จ่ายผ่าน YouTrip เช่น ตั้งงบเที่ยวญี่ปุ่นไว้ที่ 120,000 JPY ที่ร้านแลกเงินเป็นเงินทั้งหมด 32,520 บาท หากจ่ายด้วยบัตรเครดิตจะอยู่ที่ 33,350 บาท แต่ถ้าเปลี่ยนมาจ่ายด้วย YouTrip จะเหลือแค่ 32,418 บาท ได้ประหยัดถึง 932 บาทเลยล่ะ เพราะ YouTrip ให้เรทที่ดีและไม่มีค่าธรรมเนียม 2.5% ในการใช้จ่ายนั่นเอง

รวมที่เที่ยวโตเกียวเข้าฟรี!

1. จุดชมวิวอาคารศาลาว่าการกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government Office Building Observation Room)

tokyo-free



เริ่มต้น ที่เที่ยวโตเกียว ฟรี อยากดูวิวเมืองโตเกียวมุมสูงแบบไม่เสียตังค์ต้องไปที่ชั้นชมวิวอาคารศาลาว่าการกรุงโตเกียวเลยจ้า เป็น ที่เที่ยวฟรีโตเกียว อยู่บนชั้น 45 สูงปี๊ด ด้านบนนี้เราสามารถมองเห็นวิวเมืองโตเกียวได้แบบ 360 องศาเลยกว้างแบบมุม Panorama แถมวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆยังสามารถมองเห็นได้ไกลถึงภูเขาไฟฟูจิที่อยู่ห่างออกไปอีก 100 กิโลเมตรเลยอีกต่างหาก แนะนำมาช่วงค่ำจะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินสวย ๆ ด้วยล่ะ

เวลาเปิด-ปิด : 09:30 – 23:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR ไปลงที่ ลงที่สถานี Shinjuku ใช้ทางออก West Exit เดินตามป้าย Tokyo Metropolitan Gov’ t Office มีทางเลื่อนอัตโนมัติยาวไปจนเกือบถึงตัวตึก ระยะทางประมาณ 700 เมตร (มีทางเลื่อนไปอย่างเดียว ขากลับเดินกลับเอง)

2. พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace)

tokyo-free



สถานที่แห่งประวัติศาสตร์ของโตเกียวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและเข้าฟรีด้วยล่ะ แต่ก่อนที่นี่เคยเป็นปราสาทเอโดะซึ่งเป็นที่อยู่ของท่านโชกุนโทคุงาวะ ผู้ปกครองญี่ปุ่นในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1603 – 1867  ต่อมาได้เปลี่ยนการปกครองจึงมีการสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นแทน ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นที่ประประทับของราชวงศ์ญี่ปุ่นอยู่ เราสามารถชมรอบ ๆ วังได้โดยต้องจองทัวร์ล่วงหน้าเท่านั้น นอกจากนี้รอบวังมีสวนขนาดใหญ่เป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยมด้วย

เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 18:00 น. (ปิดทุกวันจันทร์และศุกร์)
การเดินทาง : นั่งรถไฟ Tokyo Metro Tozai Line ลงที่สถานี Marunouchi Central Exit แล้วเดินต่อ 15 นาที

3. กาแล็กซีฮาราจูกุ (Galaxy Harajuku)

tokyo-free



ดู Teamlab ฟรี! ใครเคยไปญี่ปุ่นแล้วหรือเป็นสายงานอาร์ตจะต้องรู้จัก Teamlab พิพิธภัณฑ์งานศิลปะแบบดิจิทัลอย่างแน่นอน ที่ฮาราจูกุเป็นโครงการที่เขาร่วมกับซัมซุงกาแล็กซีทำนิทรรศการชื่อว่า Catching and Collecting in the Sacred Forest ผ่านแนวคิด Catch, Study, Release ให้เราสำรวจ และเคลื่อนไหวสัตว์ผ่านสมาร์ตโฟนกาแล็กซีนั่นเอง ใครมีสมาร์ตโฟนกาแล็กซีสนุกขึ้นแน่นอน ส่วนใครใช้รุ่นอื่นจะเข้าไปเดินชมการศิลปะ ถ่ายรูปเล่นเฉย ๆ ก็ได้เหมือนกัน

เวลาเปิด-ปิด : 11.00 – 19.00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงไปที่สถานี Harajuku ใช้ทางออก Takeshita Exit แล้วเดินต่อ 6 นาที

4. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอาซากุสะ (Asakusa Culture Tourist Information Center)

tokyo-free



บอกก่อนว่าลบภาพศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเฉย ๆ ดูน่าเบื่อออกไปได้เลย เขาทำถึงมากอย่างแรกเลยคือตึกทำสวยมาก ดูโมเดิร์นทันสมัยเหมือนโรงแรมเลยล่ะ อีกอย่างคือกิจกรรมด้านในไม่ใช่แค่ที่ไว้สอบถามข้อมูลแต่ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งโถงอเนกประสงค์และพื้นที่จัดนิทรรศการ มีบริการห้องน้ำ ที่ชาร์จแบตด้วย ชั้น 8 เป็นจุดชมวิวมีร้านอาหาร คาเฟ่ ให้บริการ หรือใครไม่อยากเสียตังค์เลยเขาก็มีจุดชมวิวที่เป็นระเบียงให้นั่งเพลิน ๆ ได้อีกด้วย เป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยวโตเกียว ฟรี ที่ทำดีมาก ๆ

ค่าเข้าชม : ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 20:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Ginza Line ไปลงที่สถานี Asakusa Sta. ใช้ทางออก 2 แล้วเดินต่อประมาณ 100 เมตร

5. อาซากุสะ โยโกโช (Asakusa Yokocho)

tokyo-free



ศูนย์อาหารธีมถนนช้อปปิ้งและงานเทศกาลญี่ปุ่น เขาทำบรรยากาศให้เหมือนว่าได้เดินงานเทศกาลอยู่ตลอดทั้งปีแบบนั้นเลย ที่นี่เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ผับ บาร์ แบบครบ ๆ สถานที่ก็ทำสวยเลยล่ะสีสันจัดจ้าน สดใสแบบเบอร์ 10 มีโคมระย้าห้อยตามทางเดินให้เหมือนอยู่ในงานเทศกาล แถมทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ยังมีการแสดงเต้นรำที่เป็นเอกลักษณ์ของงานเทศกาลในญี่ปุ่น เช่น Yosakoi , Awa Odori และ Bon Odori ด้วย ที่เที่ยวฟรีโตเกียว ฟรีใจกลางอาซากุสะแบบนี้อย่าพลาดไปนะ

เวลาเปิด-ปิด : 12:00 – 23:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Ginza Line ไปลงที่สถานี Tawaramachi Station ใช้ทางออก 3 แล้วเดินต่อ 600 เมตร


6. จุดชมวิวห้างสรรพสินค้าเอกิมิเสะ (Asakusa Ekimise Rooftop: Hare Terrace)

tokyo-attractions

Photo by : easyken


ที่เที่ยวญี่ปุ่นเข้าฟรีพาไปนั่งเล่นบนชั้นดาดฟ้าของห้างกัน บนนี้จะเป็นชั้นดาดฟ้าของห้าง Ekimise เขาทำพื้นที่เปิดโล่งกว้างให้คนสามารถขึ้นมานั่งเล่นหรือชมวิวพระอาทิตย์ตกดินยามเย็นได้ด้วย มีเก้า ม้านั่ง ให้นั่งเพลิน ๆ หรือบางช่วงก็จะมีจัดกิจกรรมข้างบนนี้ด้วย ด้านบนนี้สามารถมองเห็นวิวตึก Tokyo Sky Tree ได้ด้วยนะ หรือใครชอบถ่ายรูปก็มาโพสต์ท่าเก๋ ๆ บนนี้ได้

เวลาเปิด – ปิด : 10:00 – 20:00 น.
การเดินทาง :  นั่งรถไฟสาย Tokyo Metro Ginza Line ลงที่สถานี Asakusa Station เดินจากทางเชื่อมเข้าห้างได้เลย

7. สะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge)


tokyo-free



สะพานสำคัญของโตเกียวที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะโอไดบะกับกรุงโตเกียวเข้าด้วยกัน เราสามารถเดินขึ้นไปชมวิว หรือเดินเล่นตากลมชิล ๆ บนนี้ได้นะ เพราะเขามาทางเท้าทำแยกไว้ต่างหากกับทางเดินรถด้วย ที่เป็นสายรุ้งเพราะพอพระอาทิตย์ตกดินเขาจะเปิดไฟประดับเป็นสีรุ้งสว่างสดใสไปทั่วบริเวณเลย ใครอยู่โตเกียวตอนกลางเบื่อ ๆ ไม่มีที่ไปออกมาเดินที่สะพานสายรุ้งก็ได้ รับลมเพลิน ๆ ก่อนนอน เป็นที่เที่ยวญี่ปุ่นที่มักได้รับการถ่ายรูปจากช่างภาพอยู่เสมอเลย

เวลาเปิด – ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : นั่งรถไฟ Yurikamome ไปลงที่สถานี Shibaura-futo Sta. ใช้ทางออก 1A แล้วเดินต่อ 500 เมตร

8. จุดชมวิวหอคอยแครอท (Carrot Tower Observation Deck Sky Carrot)


tokyo-free



ที่เที่ยวฟรีโตเกียว ก็ต้องไม่พลาดจุดชมวิวอยู่แล้ว ที่นี่เป็นดาดฟ้าชมวิว Sky Carrot อยู่บนชั้น 26 ของ Carrot Tower ที่ชื่อว่าแครอทก็เพราะว่าตึกเขาเป็นสีส้มแบบสดใสเหมือนสีของแครอท อยู่ใจกลางเมืองโตเกียวเลยนะ ด้านบนนี้เราสามารถชมวิวแบบ 360 องศาของเมืองโตเกียวและยังเห็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองอย่าง Tokyo Tower, Tokyo Skytree, พระราชวังหลวงอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 22:00 น.
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Yamanote หรือ Keihin-Tohoku ไปยังสถานี Sangenjaya แล้วเดินไปที่อาคาร Carrot Tower ประมาณ 5 นาที

9. สถานีรถไฟโตเกียว (Tokyo Central Railway Station)

tokyo-free



ที่เที่ยวญี่ปุ่นที่ต่อมาคือสถานีรถไฟโตเกียวที่เราได้ผ่าน หรือต้องไปขึ้นรถไฟไปเมืองอื่น ๆ กันนี่แหละ ที่นี่เป็นมากกว่าสถานีรถไฟนะ อยู่คู่กับชาวโตเกียวมานานกว่า 120 ปีแล้ว แถมยังถูกตั้งให้สมบัติทางวัฒนธรรมอีกด้วย แน่นอนว่าสถาปัตยกรรมของเขาก็สวยงามเป็นการออกแบบสไตล์ตะวันตกคล้าย ๆ กับสถานี Amsterdam Centraal Railway Station ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เลยล่ะ ด้านในก็หรูหราแบบยุคเก่า มาเดินดูความสวยงามหรือถ่ายรูปเก๋ ๆ ที่สถานีรถไฟโตเกียวได้

เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง :
นั่งรถไฟสาย Chuo Line ไปลงที่สถานี Tokyo ได้เลย

10. ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu)



ท่ามกลางความเร่งรีบในโตเกียวยังมีสถานที่เงียบสงบ เหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่งที่ศาลเจ้าเมจิ ล้อมรอบไปผืนป่าใจกลางเมืองแบบนี้เลย ศาลเจ้าเมจิมีอายุมากกว่า 100 ปี สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เคารพและระลึกถึงองค์จักรพรรดิในฐานะของเทพเจ้า นอกจากเรื่องมาไหว้ขอพรแล้วศาลเจ้าเมจิยังขึ้นชื่อเรื่องเครื่องราง มีเครื่องรางจำหน่ายมากมายทั้งเครื่องรางความรัก,ความโชคดี,ร่ำรวย,การงาน,สุขภาพ ฯลฯ ใครมาโตเกียวเป็นสายมูสายทำบุญแวะมาเที่ยวได้

เวลาเปิด-ปิด :
ไม่มี
การเดินทาง :
นั่งรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line ลงที่สถานี Meiji-jingumae ใช้ทางออห 2 แล้วเดินต่อเล็กน้อย

11. สวนชิบะ (Shiba Park)

tokyo-free



หนึ่งในสวนสาธารณะเก่าแก่ของญี่ปุ่น เป็นโลเคชันในการชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของโตเกียวเลยล่ะ โดยรวมของสวนชิบะค่อนข้างใหญ่ ต้นไม้เยอะและร่มรื่นมาก ๆ มุมมหาชนที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่คือทางเดินยาวที่มีต้นกิงโกะที่สองข้างทางและมีโตเกียวทาวเวอร์เป็นฉากหลังนั่นเอง มุมนี้คนเยอะมากช่วงใบไม้ร่วงเพราะต้นกิงโกะจะเปลี่ยนสีเหลืองทองสวยประทับใจมากๆ นอกจากนี้ยังมีหุบเขาจำลองชื่อว่า โมมิจิดานิ แหล่งรวมต้นไม้เปลี่ยนสีสวยงามอยู่ตรงนั้นเลย ใครหา ที่เที่ยวฟรีโตเกียว ช่วงใบไม้ร่วงห้ามพลาดที่นี่

เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง :
 
นั่งรถไฟ Oedo Line ลงที่สถานี Daimon Sta. แล้วเดินต่อ 10 นาที

12. สวนโยโยงิ (Yoyogi Park)​


tokyo



สวนสาธารณะที่อยู่ติดกับศาลเจ้าเมจิ เป็นที่เที่ยวโตเกียวหนึ่งในสถานที่ชมดอกซากุระในช่วงใบไม้ผลิยอดฮิตอีกหนึ่งที่ในโตเกียวแถมยังอยู่ติดกับย่านฮาราจุกุอีกมาทีเดียวเที่ยว 3 ที่ไปเลย เข้าฟรีด้วยไม่ต้องเสียตังค์ ที่นี่ร่มเย็นมากนอกจากต้นไม้เยอะและใหญ่แล้วยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ให้มองแบบสบายตาอีกด้วย ช่วงซากุระชาวญี่ปุ่นนิยมมาปูเสื่อนั่งทานอาหารใต้ต้นซากุระเรียกว่าฮานามิ หรือใครมาช่วงอื่นเขามีจักรยานให้เช่าปั่นด้วย ชมวิวเพลิน ๆ สูดอากาศดี ๆ ใจกลางโตเกียวไปเลย

เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินลงที่สถานี Tokyo Metro Chiyoda Line จากนั้นเดินต่อ 3 นาที

13. สวนสาธารณะอูเอโนะ (Ueno Park)

tokyo-autumn



เดินเล่นสวนสาธารณะกันอีกแล้ว บอกก่อนว่าสวนสาธารณะอูเอโนะใหญ่มากจริง ๆ เดินทั้งวันไม่น่าจะทั่วแน่นอน แถมยังเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ ศาลเจ้า วัด พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ แต่วิวสวยมาก ธรรมชาติสวย สะอาด ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีกับใบไม้ผลิก็ได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่นเช่นกัน ในส่วนของศูนย์การเรียนรู้มีพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติเพียงแห่งเดียวและใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วยนะ อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือพายเรือชมวิวสระบัวที่ สระน้ำชิโนบาซุ เป็นสระธรรมน้ำชาติที่บัวออกดอกสวยงามอยู่เต็มไปหมดเลย แนะนำให้เป็นที่เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองได้เพราะว่าอยู่ใกล้สถานีรถไฟนิดเดียว เดินออกมาก็เจอเลย

เวลาเปิด-ปิด : Main Deck 09:00 – 23:00 น.
Top Deck 05:00 – 23:00 น.
การเดินทาง : นั่งไฟ Yamanote Line ลงที่สถานี ueno ใช้ทางออก Park เดินออกมาเจอสวนเลย

14. สวนสัตว์ธรรมชาติเอโดะกาวะ (Edogawa Natural Zoo)​

tokyo-attractions

Photo by : maka.3147


ที่เที่ยวญี่ปุ่นสวนสัตว์เล็ก ๆ ที่อยู่ในสวนสาธารณะ Gyosen ใครจะคิดว่าที่โตเกียวเมืองหลวงสุดวุ่นวายแบบนี้จะมีสวนสัตว์ให้เข้าแบบฟรี ๆ ด้วย ที่นี่มีน้องสัตว์น่ารักมากมายให้เราเดินเล่นและทักทายได้ทั้งเพนกวิน เต่า ลิง แมวน้ำ จิงโจ้ นกฮูก แมวน้ำ เป็นต้น แต่ไฮไลต์คือน้องแพนด้าแดงขนปุกปุยนอนอยู่ในบ้านไม้เล็ก ๆ โชว์ความน่ารักเป็นขวัญใจของทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยล่ะ

เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 16:30 น. (ปิดเฉพาะวันจันทร์)
การเดินทาง : นั่งรถไฟ Shinjuku Line ไปลงที่สถานี Nishi-Kasai แล้วเดินต่อ 15 นาที

15. พิพิธภัณฑ์แอนิเมชันสุกินามิ (Suginami Animation Museum)

tokyo-free

Photo by : asuka_ishiyama



ปิดท้าย ที่เที่ยวฟรีโตเกียว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับอนิเมะญี่ปุ่น ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบันเลยล่ะ อยากที่เรารู้กันว่าญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่ออนิเมะมาก ๆ แถมที่นี่ก็เปิดให้เข้าฟรีกันไปเลย ที่นี่จะมีทั้งหมด 3 ชั้น ก่อนอื่นเลยเดินเข้ามาจะได้เห็นเสาขนาดใหญ่สีขาวที่มีลายเซ็นของและภาพวาดของนักเขียนการ์ตูนอยู่มีไทม์ไลน์ตั้งแต่แอนิเมชันยุคบุกเบิก ไล่เรียงมาจนถึงยุคปัจจุบัน รวมถึงจำลองสภาพโต๊ะทำงานของนักเขียนด้วย นอกจากนี้ก็มีห้องพากย์เสียงและกิจกรรมให้ลองวาดภาพการ์ตูนอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 18:00 น. (หยุดวันจันทร์)
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Chuo Line ไปลงที่สถานี Ogikubo Station แล้วเดินต่อ 20 นาที

เที่ยวโตเกียวด้วย YouTrip คุ้มมากขึ้น

YouTrip Perks 2.0



เท่านั้นยังไม่พอ! เมื่อมีแพลนเดินทางอย่าลืมจองที่พักล่วงหน้าเตรียมไว้ด้วยล่ะ นอกจาก YouTrip จะให้คุณแลกเงินได้เรทที่ดีเที่ยวถูกกว่าใครแล้ว เรายังมีฟีเจอร์ใหม่ “YouTrip Perks” จองที่พัก Agoda หรือซื้อตั๋วค่าเข้าที่เที่ยวผ่าน Klook ได้เงินคืนแบบคุ้มๆ กันไปเลย

สำหรับนักท่องเที่ยวงบไม่เยอะแบบเราได้พิกัด ที่เที่ยวฟรีโตเกียว ก็ดีไม่เบาเลยนะ ได้ที่เที่ยวญี่ปุ่นสวย ๆ แถมไม่ต้องเสียงเงินค่าเข้าอีกเอาตังค์ไปลงกับของกินหรือค่าเดินทางได้เยอะเลยล่ะ ที่สำคัญจะประหยัดขึ้นไปอีกเมื่อพก YouTrip ไปด้วย เพราะ YouTrip เรทดี มั่นใจ ใช้ง่ายทั่วโลก สมัครไว้เลยได้ใช้แน่นอน

atm
บทความล่าสุด
related articles
WeChat

วิธีสมัคร WeChat และ วิธีผูกบัตร 2026 ไม่ต้องสแกน ใช้ในจีนแบบละเอียดยิบ

ใครไปเที่ยวจีนห้ามพลาดเด็ดขาดกับ วิธีสมัคร WeChat และวิธีผูก YouTrip กับ WeChat แบบละเอียดยิบเพื่อการใช้จ่ายในจีนที่สะดวก ได้เรทโดนใจ คุ้มค่าแน่นอน
visit-japan

วิธีกรอก Visit Japan ล่าสุด 2026 ใน 4 ขั้นตอนง่าย ๆ

เตรียมเที่ยวญี่ปุ่นต้องมีการลงทะเบียน Visit Japan เพื่อโชว์ ตม. จึงขออัปเดตล่าสุดวิธีลงทะเบียน Visit Japan ทำได้ง่ายมาก เพียง 4 ขั้นตอน
chongqing-photo-spots

เที่ยวฉงชิ่ง 2026 สวยๆ กับ 15 ที่เที่ยวดัง มุมฮิตที่สายถ่ายรูป Gen Z ห้ามพลาด

อยากลองเที่ยวฉงชิ่ง คัดมาให้แล้วกับ 15 ที่เที่ยวยอดฮิต เหมาะกับการเที่ยวฉงชิ่งด้วยตัวเอง มุมถ่ายรูปสวยเพียบ พร้อมเทคนิคประหยัดค่าใช้จ่าย
diggin’ our content? 
Subscribe to our free newsletter and we’ll deliver the freshest news, announcements and articles to your inbox once a week. Strictly no spam, pinky promise!
ต้องการความช่วยเหลือ?

ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า YouTrip Contact Center ตลอด 24 ชม. ได้ที่ support.th@you.co